
‘ออสการ์ เบล’ พลิกชีวิตไล่ตามความฝัน
ออสการ์ เบล อพยพจากฟิลิปปินส์มายังสหรัฐในช่วงทศวรรษ 1970 ด้วยเงินติดตัวเพียง 500 เหรียญสหรัฐ หรือราว 1.8 หมื่นบาทเท่านั้น ทว่าความฉลาดหลักแหลมสามารถทำให้เรียนจบปริญญาโทด้านวิศวกรรมโยธา และเข้าทำงานให้กับบริษัทวิศวกรรมมากว่า 30 ปี ก่อนจะลาออกมาเดินหน้าตามความฝัน ซึ่งก็คือการทำช็อกโกแลต
ออสการ์ เบล อพยพจากฟิลิปปินส์มายังสหรัฐในช่วงทศวรรษ 1970 ด้วยเงินติดตัวเพียง 500 เหรียญสหรัฐ หรือราว 1.8 หมื่นบาทเท่านั้น ทว่าความฉลาดหลักแหลมสามารถทำให้เรียนจบปริญญาโทด้านวิศวกรรมโยธา และเข้าทำงานให้กับบริษัทวิศวกรรมมากว่า 30 ปี ก่อนจะลาออกมาเดินหน้าตามความฝัน ซึ่งก็คือการทำช็อกโกแลต
ระหว่างที่ทำงานอยู่ในบริษัท ฮาร์ซา เบลได้เดินทางไปหลายรัฐและหลายประเทศ เช่น ชิลี และเวเนซุเอลา จนกระทั่งปี 2003 เบลตัดสินใจลาออกจากงาน หลังจากภรรยาผู้น่ารักถามว่าฝึกฝีมือทำช็อกโกแลตเล่นๆ มาตั้งนานแล้ว เมื่อไหร่จะเริ่มหาเงินจากขนมหวานนี้เสียที เบลจึงเริ่มร่างแผนธุรกิจ ซึ่งในเวเนซุเอลานั่นเองที่เบลได้รู้จักกับเพื่อนซึ่งอยู่ในวงการช็อกโกแลตเหมือนกัน และสอนวิธีการเริ่มและบริหารร้านช็อกโกแลต
ในช่วงแรกนั้น เบลใช้หุ้นในบริษัทวิศวกรรมฮาร์ซามาเป็นทุนของร้าน “ลานดรู ช็อกโกแลต” โดยไม่เอาเงินเก็บส่วนตัวออกมาใช้เลย และใช้ชีวิตด้วยงบประมาณที่มีอย่างพอเพียงก็ทำให้ธุรกิจอยู่รอดไปได้ พร้อมกับความรอบคอบที่คิดถึงปริมาณกระแสเงินสดที่มีอยู่อย่างจำกัด
“คนส่วนใหญ่มักจะเปิดหน้าร้านในทันที และไม่คิดถึงการออมเงินไว้สำหรับบริหารกิจการ ในช่วงเวลาปี สองปีก็จะหมดเงินสด แม้ว่าจะขายสินค้าได้ก็ตาม เนื่องจากลูกค้ามักไม่จ่ายเงินทันทีที่เอาของไปส่ง ต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะไปตามเก็บเงินได้ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหากระแสเงินสด และนักทำช็อกโกแลตหลายรายก็ไม่มีเงินเพียงพอที่จะไปจ่ายหนี้” เบลระบุถึงปัญหาที่เพื่อนในแวดวงธุรกิจเดียวกันต้องประสบ
เบล ระบุว่า ส่วนที่ยากที่สุดในการทำธุรกิจช็อกโกแลต ก็คือ การผลิต เพราะมีความเสี่ยงที่จะทำผิดพลาดได้เสมอ และสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานก็จะต้องนำไปทิ้งทั้งหมด บางงานก็ทำยากมากๆ เล่นเอาปวดหัวไม่น้อยเลยทีเดียว หรือบางครั้งที่ทำช็อกโกแลตได้สำเร็จแล้ว แต่ผลก็ยังไม่น่าพอใจอยู่ดี
สำหรับผลิตภัณฑ์ของร้าน ลานดรู ช็อกโกแลต รับประกันได้เลยว่ามีคุณภาพเยี่ยมยอด เพราะเห็นได้จากลูกค้าเก่าที่ต่างเลือกกลับมาใช้บริการ แถมยังพาเพื่อนมาเป็นลูกค้าใหม่อีกด้วย ประกอบกับ
รางวัลและคำชื่นชมจากเชฟชั้นนำที่เป็นเครื่องการันตีความอร่อยได้อีกเสียง
บทเรียนสำคัญที่ช่างทำช็อกโกแลตจากฟิลิปปินส์ได้เรียนรู้จากการทำธุรกิจ ก็คือ เส้นชัยไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่วิธีการก้าวผ่านแต่ละอุปสรรคเพื่อไปให้ถึงจุดหมายต่างหากเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นควรจะวางแผนทีละขั้นเล็กๆ แทนที่จะก้าวกระโดดไปถึงขั้นชื่อเสียงและความสำเร็จเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ยังมีบทเรียนเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ถ้าเกิดไม่สามารถไปถึงเป้าหมายต่อไปได้ โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ก็จำเป็นต้องลดความทะเยอทะยานลง พอเดินมาได้ระยะหนึ่ง และเหลียวหลังกลับไปดูรางวัลที่ได้รับมา ก็สามารถพูดได้เลยว่าธุรกิจประสบความสำเร็จแล้ว
“ส่วนอีกบทเรียนเด็ดๆ ที่ผมคิดว่าเป็นกุญแจสำคัญเลย ก็คือ ต้องไม่ยอมแพ้ แต่ก็ต้องประเมินว่าเป้าหมายนั้นสามารถเป็นจริงได้ไหม พยายามคิดในแง่ดีอย่างเดียวไม่เพียงพอ จะต้องมองอยู่บนพื้นฐานของความจริงด้วย ผมรู้ว่าผมสามารถทำธุรกิจนี้ให้ไปรอดได้ เพราะเห็นตัวอย่างของคนอื่นมาแล้ว เมื่อผมเริ่มอาชีพช่างทำช็อกโกแลต ก็รู้ว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่ไกลเกินฝัน และผมก็มีความอดทนมากพอที่จะรอจนกว่าโครงการนี้จะเห็นผล โดยไม่ยอมแพ้” เบล กล่าว







