
กัมพูชาเสริมแกร่งสู้ศึกเออีซี
เล็งออกนโยบายช่วยรายย่อยใหม่ปี 2015 ดันศักยภาพการแข่งขัน-ยกระดับมาตรฐาน
เล็งออกนโยบายช่วยรายย่อยใหม่ปี 2015 ดันศักยภาพการแข่งขัน-ยกระดับมาตรฐาน
รายย่อยกัมพูชาเตรียมรับนโยบายใหม่ เสริมแกร่งก่อนเปิดเออีซี ชี้อุปสรรคยังอื้อ
จอม ประสิทธิ์ รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและหัตถกรรมของกัมพูชา เปิดเผยว่า รัฐบาลกัมพูชาใกล้จะจัดทำนโยบายเพื่อสร้างเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในประเทศเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
นโยบายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการฝึกฝนของเอสเอ็มอีและจะยกระดับความปลอดภัย รวมถึงมาตรฐานคุณภาพให้กับธุรกิจรายย่อยด้วย
“นโยบายดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมพร้อม และมีกำหนดการจะคุยกับภาคเอกชน รวมถึงหุ้นส่วนที่เกี่ยวข้องในเดือน ม.ค.ปีหน้า และมีแนวโน้มว่าจะเสร็จสิ้นภายในครึ่งแรกของปี 2015” ประสิทธิ์ กล่าวระหว่างการประชุมเพื่อเข้าสู่การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในกรุงพนมเปญ
ทางด้าน เอ็ดเวิร์ด คลาเรนซ์ สมิธ ผู้อำนวยการเขตและตัวแทนขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูนิโด) พร้อมต้อนรับกลยุทธ์สำหรับรายย่อย เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การรวมเป็นเออีซี
นอกจากนี้ สมิธ ระบุว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กจะได้รับโอกาสเป็นอย่างมากจากการรวมตัวครั้งนี้ พร้อมกับชี้ว่าการเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานในระดับภูมิภาค การบริหารจัดการที่ดี การลงทุนในเรื่องการฝึกอบรม การศึกษา รวมถึงพัฒนาความเข้าใจเรื่องการค้าเสรีล้วนแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเศรษฐกิจกัมพูชาสำหรับเข้าร่วมเออีซี
“บริษัทต่างๆ ซึ่งหมายรวมถึงเอสเอ็มอีจำเป็นต้องหาวิธีการเพิ่มผลผลิต และศักยภาพในการแข่งขัน โดยพัฒนาเทคนิกการผลิต เพิ่มมาตรฐาน และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าที่สุด” สมิธ กล่าว
ส่วน เคียว มอม รองประธานของสมาคมแห่งอุตสาหกรรมธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กพนมเปญ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของลิลี่ฟู้ด บริษัทอุตสาหกรรมอาหาร ระบุว่า เอสเอ็มอีในกัมพูชายังต้องเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทายมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้าที่สูง การขาดแคลนทรัพยากรมนุษย์ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก
ทั้งนี้ จากข้อมูลปี 2011 กัมพูชามีเอสเอ็มอีถึง 5 แสนแห่ง คิดเป็นสัดส่วนถึง 99% ของธุรกิจทั้งหมดในประเทศ







