posttoday
อสังหาฯ แนวใหม่ ดึงผู้ซื้อร่วมระดมทุน

อสังหาฯ แนวใหม่ ดึงผู้ซื้อร่วมระดมทุน

18 ธันวาคม 2557

การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบันมีความรุนแรงขึ้นอย่างมากจนทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กในธุรกิจนี้อยู่ได้ยากขึ้น เนื่องจากแหล่งเงินทุนนั้นหาได้ยาก อีกทั้งรูปแบบการพัฒนาโครงการจะต้องสามารถตอบโจทย์ของผู้ซื้อ แต่ในขณะนี้ได้เริ่มมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กดึงกลุ่มเศรษฐีรายย่อยมาร่วมกันพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้วยการระดมทุน

การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบันมีความรุนแรงขึ้นอย่างมากจนทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กในธุรกิจนี้อยู่ได้ยากขึ้น เนื่องจากแหล่งเงินทุนนั้นหาได้ยาก อีกทั้งรูปแบบการพัฒนาโครงการจะต้องสามารถตอบโจทย์ของผู้ซื้อ แต่ในขณะนี้ได้เริ่มมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กดึงกลุ่มเศรษฐีรายย่อยมาร่วมกันพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้วยการระดมทุน

พรรณี มุสิกะมูล ผู้ก่อตั้งบริษัท ทัชริช (Touch Rich) เปิดสอนด้านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มาตั้งแต่ปี 2533  และบริษัท เอมไฮด์  ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2555
ด้วยทุนจดทะเบียน 280 ล้านบาท  โดยจุดเด่นของบริษัทนี้ คือการดึงนักลงทุนรายย่อยที่มีความสนใจด้านอสังหาฯ เข้ามาศึกษาผ่านหลักสูตรของทัชริช (Touch Rich) โดยต้องเป็นสมาชิกเสียค่าเรียน 1,000 บาท  เพื่อมาศึกษาแนวทางการพัฒนาโครงการของบริษัท และปรับทัศนคติให้ตรงกัน  จากนั้นจึงจะสามารถเข้ามาร่วมลงทุนผ่านบริษัท เอมไฮด์ (Aim High)

สำหรับโครงการแรกที่บริษัท เอมไฮด์ จะพัฒนานั้น พรรณี เล่าว่า ได้ให้บุตรชาย วิภู อวิรุทธมาน เป็นผู้บริหารโครงการโดยได้เริ่มพัฒนาโครงการเอมวัน ชุมพรซีไซด์ ซึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศ รูปแบบวิลล่า ตั้งอยู่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร บนที่ดินขนาด 11 ไร่ ขนาดบ้านเริ่มต้น 100 ตารางเมตร จำนวน 72 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 300 ล้านบาท  ราคาขาย 3.7 ล้านบาท จำนวน 50 ยูนิต และขนาดใหญ่  8.5 ล้านบาท จำนวน 22 ยูนิต ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างออกแบบผังโครงการ โดยจะเริ่มเปิดขายพร้อมให้เห็นบ้านตัวอย่างได้ในวันที่ 21 มี.ค. 2558

“โครงการเอมวัน  ชุมพรซีไซด์ ได้มีกลุ่มผู้ที่เข้ามาเรียนหลักสูตรของทัชริช สนใจจองซื้อแล้วจำนวน 37 ยูนิต ส่วนใหญ่จะซื้อบ้านพักตากอากาศระดับราคา 3.7 ล้านบาท แต่ในช่วงที่เราขายให้นั้นจะขายพรีเซลให้ราคาเริ่มต้น 3.1 ล้านบาท/ยูนิต นอกจากนี้โครงการนี้จะยังรับบริหารหลังการขายให้ด้วยหากซื้อไปแล้วไม่ได้อยู่อาศัย ซึ่งคาดว่าในวันเปิดขายจริงวันที่ 21 มี.ค. 2558 จะสามารถปิดการขายได้ภายในวันเดียว เนื่องจากมีผู้ที่เข้ามาเรียนในหลักสูตรอสังหาฯ ของทัชริชให้ความสนใจถึง 72 ราย หลังจากได้เปิดหลักสูตรใหม่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา” พรรณี กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดโครงการในรูปแบบดังกล่าวที่อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งขณะนี้ได้ซื้อที่ดินไว้รองรับแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการออกแบบโครงการ ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มนักลงทุนที่เข้ามาเรียนหลักสูตรของบริษัท สนใจนำที่ดินของตนเองมาพัฒนาร่วมกัน  เช่นที่ จ.เชียงราย ริมแม่น้ำกก จำนวน 800 ไร่  นอกจากนี้ยังมีที่ดินใน จ.ระนอง กระบี่ ที่สมาชิกสนใจจะนำมาพัฒนาต่อเนื่อง  โดยจะมีการแบ่งผลตอบแทนการลงทุนในสัดส่วนที่บริษัทจะได้รับ 60% และผู้ที่เข้ามาร่วมลงทุนด้วยนั้นจะได้รับ 40%

พรรณี ย้ำว่า แนวทางการพัฒนาโครงการของบริษัทนั้นจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาบ้านพักตากอากาศ มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าอายุระหว่าง 22-55 ปี โดยจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาในจังหวัดหัวเมืองรอง  เน้นกลุ่มลูกค้าที่รักความสงบและเรียบง่าย เนื่องจากจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่อย่าง พัทยา ชลบุรี หรือภูเก็ตนั้น มีผู้ประกอบการพัฒนาโครงการจำนวนมากแล้ว  และเชื่อว่าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีนั้น จะช่วยทำให้ตลาดอสังหาฯ จังหวัดหัวเมืองรองมีความคึกคักขึ้นด้วย

นี่คือหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ที่ดึงนักลงทุนรายย่อยมาร่วมกันพัฒนาโครงการและแบ่งผลตอบแทนกัน  แต่อย่างที่เรารู้กันดีว่าการลงทุนมีความเสี่ยงก็ต้องใช้วิจารณญาณพิจารณาให้ถี่ถ้วน เพราะยังไม่ตัวอย่างประสบความสำเร็จให้เห็นจากการลงทุนในรูปแบบนี้ ซึ่งเวลาคงจะเป็นเครื่องพิสูจน์

ข่าวล่าสุด

รัฐบาลดึงเงินทุนธนาคารโลก 200 ล้านดอลลาร์ ลงทุนพลังงานสะอาด

รัฐบาลดึงเงินทุนธนาคารโลก 200 ล้านดอลลาร์ ลงทุนพลังงานสะอาด