
ติดปีกรายย่อยโกออนไลน์
สมาคมอีคอมเมิร์ซ กางแผน 2 ปี ติดปีกรายย่อยออนไลน์ 5 หมื่นราย เชื่อมการค้าโลก
สมาคมอีคอมเมิร์ซ กางแผน 2 ปี ติดปีกรายย่อยออนไลน์ 5 หมื่นราย เชื่อมการค้าโลก
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท ตลาดดอทคอม นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (อีคอมเมิร์ซ) เปิดเผยว่า สมาคมวางแผนพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ร่วมเป็นสมาชิกสมาคมได้จำนวน 5 หมื่นราย ภายใน 2 ปี (พ.ศ. 2558-2560) จากปัจจุบันมีสมาชิกสมาคมกว่า 300 ราย
สำหรับแผนดังกล่าวจะสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (ดิจิทัล อีโคโนมี) ของรัฐบาลชุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เตรียมใช้เป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในการ
ทำธุรกิจการค้าออนไลน์ จากปัจจุบันมีเอสเอ็มอีอยู่ในระบบไม่ต่ำกว่า 2.7 ล้านราย
ขณะที่แผนงานเบื้องต้น ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักที่จะต้องดำเนินการควบคู่กัน คือ 1.ภาครัฐร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยให้สามารถเข้าถึงฮาร์ดแวร์ เทคโนโลยี ได้อย่างทั่วถึง อาทิ ระบบโครงข่ายสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน บริการอินเทอร์เน็ตให้เชื่อมโยงการติดต่อแบบออนไลน์ได้ และ 2.ภาคเอกชนจะเป็นผู้ให้คำแนะนำการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซด้านต่างๆ เป็นต้น
“สมาคมได้เสนอแผนพัฒนาอีคอมเมิร์ซไปยังคณะกรรมการดิจิทัล อีโคโนมี โดยภาคเอกชนจะวางยุทธศาสตร์กระตุ้นเอสเอ็มอีให้ตื่นตัวเพื่อพัฒนาการค้าออนไลน์ให้แข็งแกร่ง พร้อมเชื่อมต่อการค้าระหว่างประเทศ” นายภาวุธ กล่าว
พร้อมเปิดเผย 10 เทรนด์อีคอมเมิร์ซในปี 2558 ดังนี้ 1.บริษัทและร้านค้าต่างๆ จะเริ่มเข้ามาเปิดทำการค้าทางออนไลน์กันมากขึ้น 2.การเข้ามาของผู้ค้าออนไลน์จากต่างประเทศในระดับภูมิภาค 3.การแข่งขันที่รุนแรงของผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซ หรือเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ 4.การตลาดและโปรโมชั่นแบบเจาะจงแต่ละบุคคล 5.โปรโมชั่นออนไลน์ ลดกระหน่ำ แจกกระจาย
ลำดับที่ 6 การแข่งขันแบบดุเดือดของบริษัทบริหารสินค้าและจัดส่ง 7.การส่งของพร้อมเก็บเงินปลายทางจะกลายเป็นช่องทางที่คนไทยนิยมใช้ 8.การค้าออนไลน์แบบตลาดเฉพาะกลุ่มยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก 9.การนำข้อมูลที่มีมาวิเคราะห์ในเชิงลึก และ 10.เป็นยุคทองของการค้าผ่านมือถือ โดยคนไทยจะใช้มือถือเป็นช่องทางหลักในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ตมากกว่า 77%







