
‘โสภณ’จีบจีนลงทุนเมกะโปรเจกต์
หวังดูดเงินแสนล้านเข้าไทยโพสต์ทูเดย์
— โสภณ เผยเตรียมโรดโชว์จีนปลายเดือน มิ.ย.นี้ หวังดึงนักลงทุนเข้ามาก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในไทยนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือน มิ.ย.นี้ กระทรวงคมนาคมมีแผนที่จะเดินทางไปโรดโชว์ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเชิญชวนให้ผู้ประกอบการหรือรัฐบาลจีนมาลงทุนในโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทั้งโครงการก่อสร้างแลนด์บริดจ์ในภาคใต้ และโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง รวมมูลค่าโครงการกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งสาเหตุที่เลือกจีนเนื่องจากจีนเคยให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในช่วงก่อนหน้านี้
“
ก่อนหน้านี้ได้รับการติดต่อจากทางจีนมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้พูดคุยอย่างจริงจัง เพราะมีปัญหาเรื่องกฎระเบียบ และการเมือง ดังนั้นในครั้งนี้จึงต้องการที่จะลงไปดูว่าเอกชนมีความสนใจของนักลงทุนจากจีนมีมากน้อยแค่ไหนอย่างไรบ้าง เพื่อให้ไทยมีหลักประกันในการดำเนินการ เพราะเราที่ผ่านมามีนายหน้ามาติดต่อเยอะมาก แต่ไม่รู้ว่า เป็นนายหน้าจริงหรือไม่” นายโสภณ กล่าวอย่างไรก็ตาม การที่เลือกไปโรดโชว์ที่จีนก่อนประเทศในภูมิภาคอื่น เนื่องจากประเทศจีนเป็นยักษ์ใหญ่มีเงินลงทุนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเพื่อต้องการไปสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้ประเทศในภูมิภาคเดียวกันมั่นใจประเทศไทยก่อน เพราะหากประเทศในภูมิภาคเดียวกันไม่มั่นใจแล้ว ประเทศในแถบอื่นทั้งจากยุโรป และอเมริกาคงจะไม่มั่นใจที่จะเข้ามาลงทุนแน่นอน
นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม กล่าวว่า โครงการแลนด์บริดจ์ที่ ครม.เศรษฐกิจให้ไปศึกษาต่อนั้น กระทรวงคมนาคมใช้ผลการศึกษาของกลุ่มดูไบเวิลด์ มาศึกษาต่อโดยเริ่มจากท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา และท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 และในระหว่างทางที่เชื่อมท่าเรือทั้งสองฝั่งนั้น จะมีทั้งเรื่องแนวท่อน้ำมัน ถนนและทางรถไฟด้วย โดยมีมูลค่าโครงการรวมกว่า 45 แสนล้านบาท ขณะที่โครงการทางรถไฟทางคู่และโครงการรถไฟความเร็วสูงมีมูลค่าโครงการรวม 89.8 แสนล้านบาท
ขณะนี้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) อยู่ระหว่างการจัดทำแผนแม่บทในการพัฒนาและใช้ประโยชน์พื้นที่ของท่าเรือกรุงเทพ หรือท่าเรือคลองเตย รวม 2,000 ไร่ โดยในหลักการต่อไปท่าเรือคลองเตยจะไม่มีการขยายพื้นที่ท่าเรือออกไปอีก เนื่องจากติดปัญหาข้อจำกัดด้านการจราจร รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยจะใช้พื้นที่เฉพาะ 1 ใน 4 ของพื้นที่ทั้งหมดนั้น แต่จะเน้นการดำเนินการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับแผนแม่บทดังกล่าวนั้น ยอมรับว่าจะต้องมีการย้ายประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของสลัมคลองเตยเดิม ระหว่างการปรับพื้นที่ใหม่ให้เป็นศูนย์ธุรกิจ แต่จะจัดที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนเหล่านี้ใหม่บนพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อให้ประชาชนเหล่านี้ได้อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น โดยเมื่อแผนแล้วเสร็จจะหารือกับการเคหะแห่งชาติในการบริหารจัดการ
ทั้งนี้ คาดว่าแผนแม่บทดังกล่าวจะแล้วเสร็จในเดือน มิ.ย.นี้ ส่วนที่ดินที่จะนำมาพัฒนา 200 ไร่แรก มูลค่ารวม 2 หมื่นล้านบาท โดยจะพัฒนาเป็นอาคารสำนักงาน ศูนย์พาณิชยนาวี โดยแผนการลงทุนจะต้องนำเสนอต่อ ครม.เพราะมีวงเงินลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท จะต้องเข้า พ.ร.บ.ร่วมกิจการงานภาครัฐเอกเชน พ.ศ. 2535







