posttoday
‘วินด์ เอนเนอร์ยี่’ ลูกหนี้ทีเด็ด (3)

‘วินด์ เอนเนอร์ยี่’ ลูกหนี้ทีเด็ด (3)

10 ธันวาคม 2557

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ในระหว่างที่นพพรกำลังติดต่อเจ้าหนี้ขอเงินกู้สำหรับการสร้างโรงไฟฟ้านั้น อีกทางหนึ่ง ก้องเกียรติ ในฐานะที่ปรึกษาการเงินและเลื่อนฐานะมาเป็นผู้ร่วมทุนด้วย ก็เดินสายโรดโชว์นอกตลาดเพื่อฟังกระแสตอบรับของนักลงทุนว่ามีความสนใจต่อหุ้นตัวนี้ ซึ่งจะถือเป็นหุ้นพลังงานที่น่าจะมีความแข็งแกร่งระดับหนึ่ง

เสียงสะท้อนที่ได้รับกลับมานั้น มีนักลงทุนรายใหญ่สนใจขอซื้อหุ้นนอกตลาดกันอย่างคับคั่ง และเป็นนักลงทุนรายใหญ่แทบทั้งสิ้น อาทิ เสี่ย ก. เสี่ย ช. เสี่ย ส. เสี่ย ว. เสี่ย ป. เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นวิทยาลัยตลาดทุนของก้องเกียรติแทบทั้งสิ้น แต่ละคนควักเงินซื้อหุ้นกันรายละ 100-500 ล้านบาท แล้วแต่ความใจถึงของแต่ละคน

เสี่ย ส. กล่าวว่า การสนใจซื้อหุ้นของวินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ก็เพราะให้เครดิตกับก้องเกียรติ เพราะฝีมือระดับก้องเกียรติหากการันตีหุ้นตัวไหนไม่มีพลาด เพราะจะผ่านการวิเคราะห์อย่างละเอียดถึงโครงสร้างรายได้ และแนวโน้มธุรกิจในอนาคต จึงได้เข้าไปซื้อหุ้นด้วย

การชักชวนนักลงทุนรายใหญ่ให้เข้าซื้อหุ้นวินด์ฯ นั้นมีหลายล็อต ล็อตแรกราคา 390 บาท และล็อตที่ 2 ราคา 570 บาท จากมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 100 บาท

สำหรับโรงไฟฟ้า 2 แห่งแรกที่ได้เปิดดำเนินการไปแล้ว ก็มีกระแสเงินสด มีรายได้เพียงพอที่จะชำระหนี้คืนให้เจ้าหนี้ได้ตามปกติ ทำให้เจ้าหนี้พึงพอใจ เมื่อนพพรได้ยื่นขอเงินกู้โรงไฟฟ้าส่วนขยาย ทั้งธนาคารไทยพาณิชย์ กสิกรไทย ก็กำลังพิจารณา เพราะการให้สินเชื่อกับพลังงานทางเลือกเป็นไปตามนโยบายของธนาคารอยู่แล้ว

แต่ทว่าระหว่างที่ทางธนาคารเจ้าหนี้กำลังพิจารณารายละเอียดโครงการทั้งหมด เจรจาเงื่อนไข และดูโครงสร้างรายได้รายจ่ายและความเสี่ยง ก่อนที่จะอนุมัติและเซ็นสัญญาเงินกู้กันอย่างเป็นทางการ นพพรก็หนีคดี ทำให้การเจรจากู้เงินใหม่ถูกระงับทั้งหมด

การหายตัวไปของนพพรทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบมากมาย ทั้งธนาคารเจ้าหนี้ และนักลงทุนรายใหญ่ที่เข้าไปซื้อหุ้นนอกตลาด ขาดทุนกันรายละเป็นร้อยล้านบาท รวมทั้งที่ปรึกษาการเงินที่ไปเสนอขายหุ้นให้กับนักลงทุนอื่นอีกด้วย ที่จะต้องเป็นคนอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น

สิ่งที่ธนาคารเจ้าหนี้โรงไฟฟ้า 2 แห่ง ทั้ง 4 รายจะต้องทำกับเงินกู้ร่วม 1 หมื่นล้านบาท ก็คือหันหน้ามาหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง แม้ผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง
นพพรจะหายไป แต่การอนุมัติเงินกู้ให้ในนามของบริษัท ซึ่งมีผู้ถือหุ้นรายอื่นอยู่ หากผู้ถือหุ้นทั้งหมดตกลงใจจะดำเนินโครงการต่อไป ก็จะต้องหาคนมาบริหารโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่ง เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไป ธนาคารก็จะได้เงินชำระหนี้คืน หนี้ก้อนนี้ก็จะไม่เป็นหนี้เสีย

จากข้อมูลของบริษัท เค.อาร์.ทู และบริษัท เฟิร์ส โคราช วินด์ ที่ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม “เวสต์ห้วยบง 2” และ “เวสต์ห้วยบง 3” มีบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ถือหุ้น 20% บริษัท อีโอลัส พาวเวอร์ ถือหุ้น 60% ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ถือหุ้นใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ยังมีบริษัท จูบุ อิเล็คทริค เพาเวอร์ โคราช บีวี (เนเธอร์แลนด์) ร่วมลงทุนในอัตราส่วน 20%

ฉะนั้น ทางเจ้าหนี้ทั้งหมดจึงมั่นใจว่าลูกหนี้โรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งนี้จะไปได้ เพราะผู้ถือหุ้นบิ๊กเนมจะไม่ปล่อยให้บริษัทเสียหายอย่างแน่นอน

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย