posttoday
ไหม…สร้างญี่ปุ่น (8)

ไหม…สร้างญี่ปุ่น (8)

09 ธันวาคม 2557

ช่วงปลายศตวรรษ 19 ถึงต้นศตวรรษ 20 เมื่อญี่ปุ่นเข้าสมัยเมจิแล้วก็เริ่มเข้าสู่กิจกรรมทางการเมืองระดับโลก

ช่วงปลายศตวรรษ 19 ถึงต้นศตวรรษ 20 เมื่อญี่ปุ่นเข้าสมัยเมจิแล้วก็เริ่มเข้าสู่กิจกรรมทางการเมืองระดับโลก

พวกชาติตะวันตกเข้ามาสร้างความปั่นป่วนในเอเชียทุกพื้นที่ ตั้งแต่ตะวันออกกลาง อินเดีย ไปถึงจีน ญี่ปุ่นอาจจะเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ยันชาติตะวันตกได้ก่อนชาติใดในเอเชีย และเริ่มขัดแย้งกับชาติอื่น

สำหรับญี่ปุ่นกับสยามนั้น ญี่ปุ่นมีนโยบายใกล้ชิดกับสยามมากขึ้น ญี่ปุ่นให้ความสำคัญทางการเมืองกับสยามมากอย่างเห็นได้ชัด

ญี่ปุ่นรู้ว่าสยามกำลังประสบปัญหากับพวกฝรั่งเรื่องหนึ่ง นั่นคือเรื่องกฎหมาย เพราะฝรั่งตั้งแง่ไม่ให้นำกฎหมายสยามมาใช้กับพวกตน ซึ่งเป็นหมวดหนึ่งในเรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขต และว่าตามจริงแล้วความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับสยามก็เคยเดินเรือค้าขายกันในสมัยอยุธยาก่อนหน้านั้นราว 400 ปี

การตั้งแง่ของฝรั่งชาติตะวันตกที่ไม่ยอมรับกฎหมายสยาม ไม่เพียงแต่สยามหรอกค่ะ แต่พวกฝรั่งชาติตะวันตกไม่ยอมรับกฎหมายในทุกประเทศที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย จีนกับญี่ปุ่นก็โดนค่ะ

สิทธิสภาพนอกอาณาเขตทำให้ฝรั่งได้สิทธิไปว่าความกันเอง ทำให้คนที่อพยพมาอยู่ในสยาม ทั้งจีน ญวน แขก เข้าไปจดทะเบียนเป็นคนในความคุ้มครองของสถานทูตฝรั่งกันมากมาย

คนที่หอบผ้าผ่อนมาขออาศัยแผ่นดินเราอยู่ แต่อยู่มาวันหนึ่งกลายเป็นพวกไฮโซไปทันที เราแตะต้องไม่ได้ ภาษีก็ไม่ต้องเสียให้เรา

น่าเจ็บใจไหมคะ?

สยามต้องกล้ำกลืนกับปัญหาต่างชาติเล่นแง่เรื่องสิทธิสภาพนอก อาณาเขตตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 กว่าจะยกเลิกได้ก็ในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นปัญหาข้ามรัชกาลอยู่ราว 70 ปี

ญี่ปุ่นก็เคยชอกช้ำกับเรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขตจากอเมริกา

การที่ญี่ปุ่นส่งคนมาช่วยเรื่องกฎหมายที่สยามเสียเปรียบต่างชาติ ทำให้ได้ใจจากสยามไปมาก ญี่ปุ่นเริ่มมีชั้นเชิงการเมืองต่างประเทศที่แนบเนียนมากขึ้น และความคิดของญี่ปุ่นก็ล้ำลึกขยายไกลออกไปมาก

ญี่ปุ่นรู้ว่าตนจะต้องทำสงครามกับรัสเซีย เพราะรัสเซียยุ่งกับน่านน้ำตอนเหนือของตนและในแผ่นดินตอนบนของจีน ถือว่ามีผลกับความมั่นคง เศรษฐกิจ และการเมืองของญี่ปุ่นโดยตรง

ญี่ปุ่นมีเป้าหมายจะชิงเอาพื้นที่ทั้งเกาะและแผ่นดินที่เป็นปัญหากับรัสเซีย จีน เกาหลี มาไว้ให้หมดเรื่องหมดราว ผู้เขียนคิดว่านั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสยาม เพราะสยามมีความสนิทแนบแน่นกับรัสเซีย

นอกจากการส่งคนมาช่วยเรื่องกฎหมายที่สยามเสียเปรียบต่างชาติแล้ว ญี่ปุ่นยังคิดใช้เครื่องมือทางการทูตอย่างอื่นๆ เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับสยาม อีกเรื่องหนึ่งนั้นที่ญี่ปุ่นใช้เครื่องมือทางการทูตกับสยาม คือการช่วยเหลือด้านการศึกษา

สมัยเมจิกับสมัยรัชกาลที่ 5 เริ่มต้นมาในปีเดียวกัน ผ่านมาไม่เท่าไร ญี่ปุ่นก็มีศักยภาพไปไกลขนาดว่ามาช่วยเหลือสยามได้แล้ว

เมื่อรัชกาลที่ 5 ทรงเห็นว่าการศึกษาแบบตะวันตกบางอย่างสำหรับโรงเรียนสตรีแห่งแรกที่พระองค์ทรงตั้งขึ้นไม่ค่อยเหมาะกับประเทศไทย เมื่อหัวหน้าคณะทูตญี่ปุ่นประจำกรุงเทพฯ ได้รับคำขอให้ช่วยส่งที่ปรึกษาด้านการศึกษาสำหรับสตรี คิโคชิ ไทโรคุ รัฐมนตรีศึกษาฯ ญี่ปุ่น มีคำสั่งให้ น.ส.ยาซุย เท็ตสึ ที่เพิ่งกลับมาจากอังกฤษมาช่วยทันที ในข้อมูลที่ได้มาบอกว่าเป็นคำสั่งอย่าง “ด่วน” เลยค่ะ

น.ส.ยาซุย มาเป็นครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนราชินี ปัจจุบันยังมีอนุสาวรีย์ของเธออยู่ที่โรงเรียนราชินี คนญี่ปุ่นชอบแวะไปดูค่ะ

ต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี ทรงส่งนักศึกษาไทยชุดแรกเป็นชาย 4 คน หญิง 4 คน ไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นใน ค.ศ. 1902

ญี่ปุ่นยังเสนอการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของชาวสยาม คือการเลี้ยงไหมค่ะ

(อ่านต่อวันอังคารหน้า)

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย