
Theme ดอลลาร์แข็งค่าจะอยู่กับเราไปจนถึงปีหน้า
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวระหว่าง 32.70-33 ในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวค่อนข้างมีเสถียรภาพตลอดทั้งสัปดาห์ก่อนหน้า และอยู่ในกรอบแคบระหว่าง 32.78-32.92 โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะใกล้ช่วงสิ้นปี ทำให้กิจกรรมการซื้อขายไม่คึกคักมากนัก และนักลงทุนในตลาดเองเริ่มสะสมสถานะการลงทุนด้านใดด้านหนึ่งน้อยลง และเริ่มไปมุ่งเน้นกลยุทธ์การลงทุนใหม่ในปีหน้า
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวระหว่าง 32.70-33 ในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวค่อนข้างมีเสถียรภาพตลอดทั้งสัปดาห์ก่อนหน้า และอยู่ในกรอบแคบระหว่าง 32.78-32.92 โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะใกล้ช่วงสิ้นปี ทำให้กิจกรรมการซื้อขายไม่คึกคักมากนัก และนักลงทุนในตลาดเองเริ่มสะสมสถานะการลงทุนด้านใดด้านหนึ่งน้อยลง และเริ่มไปมุ่งเน้นกลยุทธ์การลงทุนใหม่ในปีหน้า
เราคาดว่าสัปดาห์นี้ จะเป็นสัปดาห์ที่ไม่มีความผันผวนมากเช่นเดียวกัน เนื่องจากการประกาศตัวเลขสำคัญอย่างตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรนั้น ได้เผยแพร่ออกไปแล้วในสัปดาห์ก่อน ขณะที่ประเด็นหลักๆ ในสัปดาห์เป็นการรายงานตัวเลขยอดการค้าปลีกของสหรัฐ ซึ่งจะบ่งชี้ว่าผู้บริโภคชาวอเมริกันจะเป็นเสาหลักการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกได้หรือไม่ ขณะที่อีกหนึ่งขั้วเศรษฐกิจ คือ จีน จะมีการรายงานตัวเลขรายเดือนอย่างการส่งออก ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการปล่อยสินเชื่อใหม่ ซึ่งหากตัวเลขยังแสดงถึงความเปราะบางอยู่ จะเป็นแรงกดดันให้ทางการจีนอาจต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นในปีหน้า
ด้วยภาพที่มีความแตกต่างด้านเศรษฐกิจหลักๆ ระหว่างสหรัฐที่ดีแข็งแรง เศรษฐกิจยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีนที่ยังเปราะบาง ทำให้แนวโน้มการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐนั้นน่าจะยังอยู่ไปอย่างต่อเนื่องจน
ถึงปีหน้า อย่างไรก็ดีในระหว่างทางอาจผันผวนได้บางครั้งบางคราว
สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทเปิดตลาดที่ 32.91 และเห็นการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ ช่วงต้นสัปดาห์ มีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของไทย สำหรับเดือน พ.ย. ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อยังออกมาลดลง และอยู่ในระดับที่ต่ำสุดรอบ 5 ปี ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ร่วงลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งการปรับลดลงของเงินเฟ้อนั้น ทำให้มีการคาดการณ์เรื่องที่คณะกรรมการนโยบายการเงินอาจต้องออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการปรับลดดอกเบี้ยลงอีกครั้งให้มาอยู่ที่ 1.75% ในการประชุมกลางเดือน ธ.ค.นี้ เป็นหนึ่งในแรงกดดันค่าเงินบาทเอาไว้ นอกจากนี้การที่สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทำให้การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ ยังสามารถไปได้ต่อ ช่วงปลายสัปดาห์ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 32.86
(ณ วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น.)
สำหรับสินทรัพย์ประเภทหุ้นกู้นั้น หุ้นกู้ตลาดรองสัปดาห์ที่ผ่านมามีปริมาณการซื้อขายโดยเฉลี่ยประมาณวันละ 2,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้ระยะสั้นที่ใกล้จะครบกำหนด สำหรับอัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ตลาดรองโดยรวมยังคงลดลงตามอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล โดยอัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ AAA รุ่นอายุ 3 ปี ปรับลดลงจาก 2.81% เป็น 2.75% คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเหนือพันธบัตรรัฐบาล 54 bps ซึ่งเท่ากับสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่ในตลาดแรกนั้น เห็นการออกขายหุ้นกู้ในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อันดับเครดิต A- ออกเสนอขายให้กับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.25% จำนวน 1,000 ล้านบาท และอายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.6% จำนวน 1,000 ล้านบาท
เงินเยนเปิดตลาดที่ 118.68 ก่อนจะโน้มอ่อนค่าลง โดยปัจจัยหลักมาจากการปรับคาดการณ์ของนักลงทุนต่อการประกาศยุบสภาของรัฐบาลญี่ปุ่นและมาตรการพิมพ์เงินจากธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่น่าจะยังอยู่ต่อไปเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้สถาบันจัดอันดับเครดิตมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น 1 ระดับจาก Aa3 มาที่ A1 โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลญี่ปุ่นมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการก่อหนี้ของภาครัฐ นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นในเดือน ต.ค. ยังชะลอลงเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน มาที่ 2.9% จาก 3.2% เราคาดว่าเงินเยนจะเคลื่อนไหวในกรอบ 118-121 ในสัปดาห์หน้า โดยระดับ 120 เป็นแนวต้านสำคัญ ซึ่งเงินเยนเคยทำไว้เมื่อปี 2007 ช่วงปลายสัปดาห์ ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 119.93 (ณ วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น.)
ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ 1.2455 ก่อนจะโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องทั้งสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ยังสะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจ ล่าสุดอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนในเดือน พ.ย. ปรับลดลงมาที่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 5 ปีที่ 0.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน จาก 0.4% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่กิจกรรมในภาคการผลิตชะลอลงอย่างชัดเจนขึ้นเช่นกัน โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของประเทศหลักอย่างฝรั่งเศสและเยอรมนีกลับมาหดตัวในเดือนล่าสุด โมเมนตัมเศรษฐกิจที่มีความเปราะบาง ทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าอีซีบีอาจมีการประกาศเข้าซื้อสินทรัพย์ชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากที่เคยประกาศไว้ด้วย ช่วงปลายสัปดาห์ ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1.2316 (ณ วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น.)







