
"ประจิน" เบรกเจรจารถไฟไทย-ญี่ปุ่น
"ประจิน"ชะลอเจรจารถไฟไทย-ญี่ปุ่น สายตาก-มุกดาหาร เหตุการเมืองญี่ปุ่นเปลี่ยน ส่วนรถไฟไทย-จีน "ประยุทธ์"พร้อมลงนาม สัปดาห์ที่ 3 เดือนธ.ค.
"ประจิน"ชะลอเจรจารถไฟไทย-ญี่ปุ่น สายตาก-มุกดาหาร เหตุการเมืองญี่ปุ่นเปลี่ยน ส่วนรถไฟไทย-จีน "ประยุทธ์"พร้อมลงนาม สัปดาห์ที่ 3 เดือนธ.ค.
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้จำเป็นต้องชะลอการเจรจาความร่วมมือในการพัฒนาโครงการทางรถไฟไทย-ญี่ปุ่น เส้นทางสายตาก-มุกดาหาร ซึ่งเป็นทางขนาด 1.435 เมตรขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า เนื่องจาก เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในประเทศญี่ปุ่น จึงต้องรอให้มีการตั้งรัฐบาลญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการก่อน จึงจะมีการเจรจาร่วมกันระหว่างผู้นำทั้ง 2 ประเทศอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ในระดับเจ้าหน้าที่มีการหารือกัน โดยภายในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ธ.ค.นี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู)ระหว่างรัฐบาลไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โครงการรถไฟทางคู่เส้นทางหนองคาย-นครราชสีมา-แก่งคอย-มาบตาพุด 734 กม และเส้นทางแก่งคอย-กรุงเทพ 133 กม.
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า หลังจากร่างเอ็มโอยูไทย-จีน ผ่านการพิจารณาที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ตามมาตรา 24 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 จึงจะสามารถลงนามในเอ็มโอยูที่จะร่วมมือกัน จากนั้นตนซึ่งได้รับมอบหมายจะเป็นหัวหน้าคณะในการเจรจาในรายละเอียดความร่วมมือของโครงการต่อไป
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าบันทึกข้อตกลงครั้งนี้กำหนดว่าฝ่ายจีนจะรับผิดชอบก่อสร้างและพัฒนาระบบรถไฟ ส่วนฝ่ายไทยจะให้จีนเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาความเป็นไปได้โครงการ กำหนดเป้าหมายว่าจะเริ่มก่อสร้างให้ทันภายในปี 2559 โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารร่วมกัน โดยมีพล.อ.อ.ประจินเป็นประธานฝ่ายไทย มีผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติเป็นประธานฝ่ายจีน
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ส่วนแผนการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) มี 3 เส้นทางที่จะดำเนินการก่อสร้างได้ภายใน ปี 2558 คือ สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ระยะทาาง190 กม วงเงิน 84,000 ล้านบาทสายบางใหญ่-บ้านโป่ง- กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กม วงเงิน 55,600 ล้านบาท และสายพัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กม วงเงิน 14,000 ล้านบาท ซึ่งเสันทางที่ 3 ได้รับงบประมาณเวนคืนที่ดินแล้ว ส่วนค่าก่อสร้างเส้นทางพัทยา-มาบตาพุด จะใช้เงินค่าธรรมเนียมผ่านทางจากกองทุนมอเตอร์เวย์ ส่วนที่เหลือทางกระทรวงการคลังจะพิจารณาว่าจะหาแหล่งเงินจากที่ใดเข้ามาดำเนินการ
รมว.คมนาคม กล่าวว่า ในส่วนเงินลงทุนค่าก่อสร้างมอเตอร์เวย์อีก 2 สายนั้น ขณะนี้มีหลายประเทศแสดงความสนใจและพร้อมสนับสนุนเงินกู้ เช่น เกาหลี จีน และญี่ปุ่น ซึ่งในรายละเอียดจะต้องหารือกับกระทรวงการคลังด้วย
นายชูศักดิ์ เกวี อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อเสนอขอความเห็นชอบรูปแบบการลงทุน ซึ่งมี 4 รูปแบบ คือ 1.กระทรวงการคลังกู้เงินภายในประเทศ 2.การให้เอกชนร่วมลงทุนแบบพีพีพี แต่ต้องใช้เวลาดำเนินการตามพรบ.ร่วมทุน 3.การให้เอกชนเข้ามารับสัมปทาน และ 4. การให้เอกชนเข้ามาลงทุนก่อสร้างพร้อมจัดหาแหล่งเงินกู้แบบเทิร์นคีย์ที่มีแบบรายละเอียดก่อสร้างแล้ว เพื่อควบคุมราคาก่อสร้างได้ เมื่อก่อสร้างเสร็จ ทล.จะชำระคืนหนี้เงินกู้ค่าก่อสร้าง เชื่อมั่นว่าแนวทางนี้มีความเหมาะสมที่สุด และศักยภาพของผู้รับเหมารายใหญ่ในไทยสามารถดำเนินการได้ ส่วนแนวทางที่เป็นไปได้รองลงมาคือรัฐกู้เงินเองเพื่อให้ภาระเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าโครงการมอเตอร์ทั้ง 3 เส้นทางมอเตอร์เวย์นั้น สายพัทยา-มาบตาพุดที่มีความพร้อมเปิดประกวดราคาภายในเดือน ม.ค.2558 เพราะได้รับงบประมาณปี 2558 ในการจ่ายค่าเวนคืนที่ดิน 1,400 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 3,500 ล้านบาท จะใช้งบประมาณปีถัดไป เพราะต้องทยอยส่งมอบพื้นที่เพื่อให้เริ่มก่อสร้างได้ ส่วนอีก 2 เส้นทาง คือ สายบางปะอิน-นครราชสีมา สายบางใหญ่- กาญจนบุรี มีการออกแบบรายละเอียด และศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังไม่มีเงินค่าเวนคืนที่ดิน และเงินก่อสร้าง จะสรุปรายละเอียดแนวทางที่เป็นไปได้ทั้งหมดเสนอให้ ครม.พิจารณาภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2558 และลงนามในสัญญาไม่เกินสิ้นปีงบประมาณ 2558
นายชูศักดิ์ กล่าวถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่า จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรและมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่คุ้มค่าที่รัฐจะต้องลงทุน สายบางปะอิน-นครราชสีมา ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ 19 % ช่วยแก้ปัญหาการจราจรบริเวณถนนมิตรภาพและเส้นทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ส่วนสายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ 15 % แก้ปัญหาการจราจรเส้นทางลงสู่ภาคใต้
แหล่งข่าวจาก ทล.กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะใช้เงินกู้จากต่างประเทศเข้ามาลงทุนก่อสร้างมอเตอร์เวย์ทั้ง 2 เส้นทาง เนื่องจากเกรงว่าจะมีเงื่อนไขในเรื่องผู้รับเหมากับประเทศเจ้าของแหล่งเงิน แต่สนับสนุนให้ผู้รับเหมาไทยเข้ามาดำเนินการ เพราะโครงการนี้ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีพิเศษ จึงสนับสนุนให้ผู้รับเหมาไทยเข้ามาดำเนินการก่อสร้างจะเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด







