
ชาวนาขายข้าวไม่ได้ราคา
เสียงสะท้อนจากชาวนาหลังรัฐบาลใช้มาตรการผลักดันราคาข้าวมากว่า 1 เดือน ทั้งโครงการรับจำนำยุ้งฉางข้าวหอมมะลิ ซื้อข้าวเปลือกเก็บสต๊อกไว้ล่วงหน้า โดยช่วยเหลืออัตราดอกเบี้ยให้กับโรงสีที่ร่วมโครงการ 3% เพื่อผลักดันให้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิอยู่ที่ 1.5-1.6 หมื่นบาท/ตัน ข้าวขาว 8,000-8,500 บาท/ตัน แต่ความจริงชาวนาขายข้าวเปลือกเจ้าในตลาดได้ 7,000-7,300 บาท/ตัน (ข้าวสด) และข้าวเปลือกหอมมะลิ (ข้าวสด) 1.05 หมื่นบาท/ตันเท่านั้น
เสียงสะท้อนจากชาวนาหลังรัฐบาลใช้มาตรการผลักดันราคาข้าวมากว่า 1 เดือน ทั้งโครงการรับจำนำยุ้งฉางข้าวหอมมะลิ ซื้อข้าวเปลือกเก็บสต๊อกไว้ล่วงหน้า โดยช่วยเหลืออัตราดอกเบี้ยให้กับโรงสีที่ร่วมโครงการ 3% เพื่อผลักดันให้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิอยู่ที่ 1.5-1.6 หมื่นบาท/ตัน ข้าวขาว 8,000-8,500 บาท/ตัน แต่ความจริงชาวนาขายข้าวเปลือกเจ้าในตลาดได้ 7,000-7,300 บาท/ตัน (ข้าวสด) และข้าวเปลือกหอมมะลิ (ข้าวสด) 1.05 หมื่นบาท/ตันเท่านั้น
มีการตั้งข้อสังเกตว่าราคาข้าวเปลือกไม่ขยับขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น เป็นผลจากแรงกดดันข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลที่มีมาก 18-19 ล้านตัน ทำให้พ่อค้ากดราคารับซื้อในตลาด เพราะรู้ดีว่ารัฐบาลจำเป็นต้องระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐออกมา ทำให้กระทบกับราคาข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ระวี รุ่งเรือง ประธานเครือข่ายชาวนาไทย ระบุว่า แม้รัฐบาลจะมีมาตรการรับจำนำข้าวยุ้งฉาง เพื่อให้ชาวนาเก็บข้าวเปลือกไว้ในสต๊อก เพื่อรอเวลาขายในราคาที่เหมาะสม แต่โอกาสที่จะขายข้าวเปลือกให้ได้ราคาตามที่รัฐอยากจะผลักดันค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เพราะชาวนาส่วนใหญ่ใช้รถเกี่ยวข้าวและไม่มีที่ตากข้าวให้แห้ง ทำให้ต้องขายข้าวสด หรือมีความชื้นเกิน 20% ราคาที่ขายได้จึงต่ำ มีเพียงสัดส่วน 20% เท่านั้นที่มีศักยภาพในการนำข้าวเปลือกมาตากให้แห้ง เพื่อให้ได้ความชื้น 15% แล้วเก็บในยุ้งฉาง
มาตรการที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือชาวนา จึงไม่ค่อยได้ผลในการผลักดันราคาเท่าที่ควร







