
"มนู"ชี้ต้องมีกม.รองรับค้าออนไลน์ในทุกมิติ
"มนู"แนะรัฐบาลผลักดันกฎหมายด้านการค้าออนไลน์-ทำระบบชำระเงินให้เป็นมาตรฐาน เพื่อหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล
"มนู"แนะรัฐบาลผลักดันกฎหมายด้านการค้าออนไลน์-ทำระบบชำระเงินให้เป็นมาตรฐาน เพื่อหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.นายมนู อรดีดลเชษฐ์ กรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ กล่าวในงานสัมมนา "โพสต์ทูเดย์ ฟอรั่ม เศรษฐกิจดิจิตอล พลิกโฉมประเทศไทย" ว่า เศรฐกิจดิจิทัลอาจไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทเทศไทย เพราะเมื่อ 10-20ปี ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยพูดกันในเรื่องอินฟอร์เมชั่นอิโคโนมี หรือ เศรษฐกิจสารสนเทศ ที่ถูกนำมาใช้ในการประมวลข้อมูลที่นำมาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แต่วันนี้ต้องทำความเข้าใจว่า เศรษฐกิจสารสนเทศต่างจากเศรฐกิจดิจิทัลอย่างไร ซึ่งจริงๆดิจิทัลจะทำให้มีตัวช่วยในการตัดสินใจเพราะสามารถบริหารจัดการที่มีระบบ มีอิทธิพลต่อการกำกับและทำให้มีมูลค่ามากขึ้น และทำให้มีศักยภาพในการสื่อสารและทำการค้าต่างๆกว้างขวางมากขึ้น
"ดิจิทัลอิโคโนมีจะต้องมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพราะทั้งคนและนักธุรกิจจะต้องคิดถึงการตลาดที่ไม่ได้จำกัดแต่คนในประเทศแต่ต้องคิดถึงผู้บริโภคทั้งโลกที่มีประมาณ 7,000 ล้านคน ดังนั้นจะเห็นว่าเราไม่ได้ทำการค้าขายเฉพาะกับคนในประเทศเท่านั้นและขณะนี้เอกชนคิดเป็นยุทธศาสตร์ทางการค้าแล้ว"นายมนูกล่าว
ทั้งนี้เมื่อการค้ามีการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็คทรอนิกส์ สิ่งที่เอกชน และภาคธุรกิจอยากเห็นคือ การรู้ตัวตนของลูกค้า ที่ทำธุรกรรมด้วยและถือว่ามีความสำคัญมาก ซึ่งในเรื่องนี้จะต้องมีกฎหมายรองรับ และถ้ามีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ที่แข็งแกร่ง การทำธุรกรรมก็จะเพิ่มขึ้นและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ในที่สุด
นอกจากนี้เอกสารและหลักฐานต่างๆที่เกิดขึ้นจากการค้าขายผ่านระบบอิเล็คทรอนิกส์จะต้องสามารถนำมาเป็นหลักฐานในชั้นศาลได้ในกรณีที่มีปัญหา อีกทั้งในการซื้อขายจะต้องมีระบบการชำระเงินที่มีมาตรฐาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญคำถามคือระบบชำระเงินมีมาตรฐานหรือยัง รวมถึงในเรื่อองของความมั่นคง มีมากแค่ไหนเพราะอย่าลืมว่าในระบบมีแฮกเกอร์ที่พร้อมเข้ามาเจาะข้อมูลตลอดเวลา เพราะเรากำลังเชื่อมกับคนทั้งโลกไม่ได้เฉพาะคนในประเทศ
นายมนูกล่าวว่าจะต้องไม่ลืมเอสเอ็มอีที่จะต้องนำเข้าสู่ระบบนี้เพราะทุกวันนี้มีการใช้ดิจิทัลน้อยมากซึ่งจะต้องนำเข้ามาเพื่อให้สัมผัสโลกของการค้ามากขึ้น แต่จะต้องทำระบบให้มีความปลอดภัยรวมถึงจะต้องให้ความรู้เอสเอ็มอี ผ่านช่องทางการสอนต่างๆเพื่อช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้น
นอกจากนี้หากธุรกิจและประชาชนเข้าใจเศรษฐกิจดิจิทัล ก็จะเป็นช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อย รวมถึงชาวนาชาวไร่จะสามารถใช้เป็นช่องทางในการเข้าถึงตลาดและสร้างรายได้ซึ่งเมื่อถึงจุดนี้ไมโครไฟแนนซ์ก็จะเข้ามามีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง







