
เฟอร์กูสันซึมรับวันหยุดยาว
ประท้วงทำพิษ เอสเอ็มอีเฟอร์กูสันย่ำแย่วันหยุดยาวขอบคุณพระเจ้า สวนทางรายย่อยทั่วประเทศ
ประท้วงทำพิษ เอสเอ็มอีเฟอร์กูสันย่ำแย่วันหยุดยาวขอบคุณพระเจ้า สวนทางรายย่อยทั่วประเทศ
จากการประท้วงที่เมืองเฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี สหรัฐ โดยผู้ประท้วงที่ไม่พอใจคำตัดสินของศาลที่ตัดสินให้ตำรวจที่ยิง
วัยรุ่นผิวสีเสียชีวิตโดยไม่มีความผิดนั้น ได้แสดงความไม่พอใจด้วยการประท้วงและเผาทรัพย์สิน ส่งผลกระทบให้กับเจ้าของทรัพย์สิน ซึ่งรวมถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี)
ฮวนนิตา มอร์ริส หนึ่งในเจ้าของธุรกิจรายย่อย กล่าวว่า ร้านค้าที่ทำอยู่ถูกเผาจากการประท้วง ส่งผลให้สูญเสียโอกาสในการทำรายได้จากวันหยุดยาว 28-30 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันขอบคุณพระเจ้าและเป็นวันที่ชาวสหรัฐออกมาจับจ่ายใช้สอย จนต้องหันไปพึ่งการค้าออนไลน์แทน ระหว่างรอการซ่อมแซมร้าน
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีธุรกิจรายย่อยบางส่วนที่เปิดในเมืองเฟอร์กูสันอยู่ โดยคอนสแตนซ์ การ์เนตท์ เจ้าของธุรกิจรายย่อยที่เปิดในวันเสาร์ซึ่งเป็นวันสนับสนุนให้ผู้บริโภคใช้จ่ายกับธุรกิจรายย่อย เปิดเผยว่า ต้องการให้เมืองเฟอร์กูสันยังคงมีชีวิตชีวาอยู่
“พวกเราพยายามช่วยให้เฟอร์กูสันยังคงมีชีวิตอยู่ หลังจากที่พวกเราผ่านเหตุการณ์ความรุนแรงมา พวกเราจะต้องสู้เพื่อมีชีวิตอยู่รอด ธุรกิจในเมืองนี้เจอผลกระทบอย่างหนักจากการประท้วง” การ์เนตท์ระบุ
ทั้งนี้ สมาคมค้าปลีกแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นอาร์เอฟ) เปิดเผยการประเมินการใช้จ่ายในวันที่ 28-30 พ.ย. ซึ่งเป็นวันหยุดยาวเนื่องในวันขอบคุณพระเจ้าว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคในวันหยุดยาวดังกล่าวปรับตัวลดลง 11% จากปี 2013
การใช้จ่ายผู้บริโภคในช่วง 4 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 5.09 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.62 ล้านล้านบาท) น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ 5.74 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าปรับลดติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แล้ว
อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจดังกล่าวกลับพบว่าผู้บริโภคที่ใช้จ่ายในวันเสาร์ที่ 29 พ.ย. ที่เป็นวันที่ทางรัฐบาลสนับสนุนให้เกิดการใช้จ่ายกับธุรกิจรายย่อย พบว่า จำนวน 3 ใน 4 ได้ใช้จ่ายให้กับธุรกิจรายย่อย หรือคิดเป็นจำนวน 88 ล้านคน ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นจากปี 2013 ถึง 14.9%
เดบ เซทเทิล ประธานและประธานบริหาร (ซีอีโอ) หอการค้าแห่งจอห์นสันคันทรี รัฐแคนซัส เปิดเผยรายงานรายได้ของธุรกิจรายย่อยว่า ธุรกิจเหล่านั้นมีรายได้เพิ่มขึ้น
“เรายังไม่ได้ตัวเลขที่แน่นอนในตอนนี้ แต่เห็นได้ชัดว่าธุรกิจมีรายได้เพิ่มขึ้น” เซทเทิล กล่าว







