
ดันปล่อยกู้อุ้มมันฯ7หมื่นล.
ครม.ไฟเขียวอนุมัติงบ 2,760 ล้านบาทชดเชยดอกเบี้ย หนุนแบงก์ปล่อยกู้อุ้มมันฯ 7.3 หมื่นล้านบาท
ครม.ไฟเขียวอนุมัติงบ 2,760 ล้านบาทชดเชยดอกเบี้ย หนุนแบงก์ปล่อยกู้อุ้มมันฯ 7.3 หมื่นล้านบาท
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในปี 2557/2558 พร้อมอนุมัติงบประมาณ 2,760 ล้านบาท เพื่อชดเชยดอกเบี้ยในอัตรา 3% ให้เกษตรกรที่กู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารพาณิชย์ ภายใต้ 4 มาตรการ กรอบวงเงินกู้กว่า 7.3 หมื่นล้านบาท
สำหรับมาตรการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกมันฯ ได้แก่ 1.มาตรการการชดเชยดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อชะลอการเก็บเกี่ยว โดยให้เกษตรกรกู้เงินจาก ธ.ก.ส. รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท เป้าหมาย 5 แสนราย 2.5 หมื่นล้านบาท 2.มาตรการชดเชยดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อการเพิ่มสภาพคล่องทางการค้า โดยให้สหกรณ์การเกษตร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการค้า และผู้แปรรูปมันสำปะหลัง กู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ หรือ ธ.ก.ส. เพื่อเสริมสภาพคล่องในการรวบรวมมันฯ 1 หมื่นล้านบาท
3.มาตรการชดเชยดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกในระบบน้ำหยด โดยให้เกษตรกรกู้จาก ธ.ก.ส. รายละไม่เกิน 2.3 แสนบาท เป้าหมาย 1 แสนราย 2.3 หมื่นล้านบาท และ 4.มาตรการชดเชยดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อการยกระดับมาตรฐานการแปรรูปมันสำปะหลัง โดยให้สหกรณ์การเกษตรและอื่นๆ กู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ หรือ ธ.ก.ส. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแปรรูปและจัดเก็บ 1.5 หมื่นล้านบาท
นายกัมปนาท เพ็ญสุภา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยผลวิจัยกรณีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย 1,000 บาท/ไร่ ว่า การจ่ายเงินให้เกษตรกรช่วงแรก 15,301 ล้านบาท ทำให้มูลค่าจีดีพีเพิ่มขึ้น 34,947 ล้านบาท และหากจ่ายเงินครบ 4 หมื่นล้านบาท จะทำให้มูลค่าจีดีพีเพิ่มเป็น 91,357 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.28 เท่าของเงินชดเชย
ผลวิจัยยังระบุว่า เงินที่เกษตรกรได้รับนั้นจะช่วยลดภาระหนี้สินภาคเกษตรได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 500 บาท/ปี หรือสามารถลดภาระหนี้ในภาคเกษตรทั้งระบบประมาณ 1,745 ล้านบาท จากหนี้ภาคเกษตรที่มี 7.6 หมื่นล้านบาท และผลสำรวจพบว่าชาวนาส่วนใหญ่พอใจโครงการนี้ แต่เชื่อว่าจะมีผลทำให้ราคาปุ๋ยและยาฆ่าแมลงแพงขึ้น







