posttoday
เสี่ยยักษ์ซื้อหุ้น2บจ.

เสี่ยยักษ์ซื้อหุ้น2บจ.

02 ธันวาคม 2557

“เสี่ยยักษ์” สลัดคราบนักลงทุน ขอสวมบทเป็นนักธุรกิจ เตรียมเข้าซื้อ บจ.2 ดีล ภายในปีนี้

“เสี่ยยักษ์” สลัดคราบนักลงทุน ขอสวมบทเป็นนักธุรกิจ เตรียมเข้าซื้อ บจ.2 ดีล ภายในปีนี้

นายวิชัย วชิรพงศ์ หรือ “เสี่ยยักษ์” เปิดเผยว่า ภายในเดือน ธ.ค.นี้เตรียมจะเข้าลงทุนในบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 2 บริษัท ใช้เงินลงทุนหลัก 100 ล้านบาท/ดีล เพื่อเข้าไปถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 30% ซึ่งมีทั้งในรูปของการซื้อหุ้นเพิ่มทุนเฉพาะเจาะจง (พีพี) และซื้อกิจการ โดยจะมีการแถลงความคืบหน้าในวันที่ 11 ธ.ค.นี้

ทั้งนี้ จะไม่จัดทำการตั้งคำเสนอซื้อกิจการจากผู้ถือหุ้นรายย่อย (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) เพราะได้ขอผ่อนผันจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว

“ผมอยากทำตามฝันให้เป็นความจริง ผมอยากจะไปกดปุ่มหุ้นเข้าเทรด เป็นครั้งแรกที่ผมจะเปลี่ยนบทบาทจากนักลงทุนมาเป็นนักธุรกิจเต็มตัว ส่วนจะเข้าไปมีส่วนร่วมบริหารหรือไม่นั้น ขอดูอีกที แต่ยืนยันเป็นการลงทุนในระยะยาว” เสี่ยยักษ์ กล่าว

เสี่ยยักษ์กล่าวถึงประเด็นที่มีคนกล่าวขานว่าเขาคือมนุษย์พีพี ว่า ที่ผ่านมามีแต่คนมายื่นข้อเสนอให้จำนวนมาก แต่ไม่ได้ตกลงทั้งหมด โดยจะเลือกลงทุนในบริษัทที่มีพื้นฐานดี โอกาสการเติบโตในระดับสูง หรือจะต้องมีการเติบโตไม่น้อยกว่า 100%

นอกจากนี้ ในความเห็นส่วนตัวขณะนี้ไม่ค่อยให้ความสนใจลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน เพราะผลตอบแทนต่ำหลังจากรัฐบาลได้ปรับอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่รวมค่าไฟฐาน (ฟีดอินทารีฟ) ลงมาเหลือระดับ 5 บาท ต่ำกว่ารูปแบบเดิมจะอยู่ที่ระดับ 8 บาท ทำให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ไออาร์อาร์) ลดลงมาเหลือ 12% จากก่อนหน้านี้สูงถึง 30-40%

สำหรับพอร์ตการลงทุนส่วนตัว เสี่ยยักษ์ กล่าวว่า ได้ปรับลดพอร์ตการลงทุนลงเหลือ 50% ของพอร์ตรวม เพราะเห็นว่าดัชนีหุ้นระดับ 1,600 จุด อยู่ในระดับสูงแล้ว โดยกระจายไปลงทุนในที่ดินและสินทรัพย์อื่นๆ แทน แต่ยอมรับว่าผลตอบแทนจากการลงทุนหุ้นในปีนี้ชนะตลาด โดยสามารถทำได้สูงเกินระดับ 100%

ทั้งนี้ มาตรการดูแลหุ้นเก็งกำไรของตลาดหลักทรัพย์ที่เพิ่งประกาศออกมาถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะขณะนี้เห็นว่ามีการเก็งกำไรหุ้นขนาดเล็กมากเกินไปจนน่าเกลียด และขณะนี้ดัชนีหุ้นไทยค่อนข้างแพง นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน ลดพอร์ตการลงทุนลงและลดการใช้เงินกู้ในการซื้อหุ้น (มาร์จิ้นโลน)

“ผู้ลงทุนไทยหลงระเริงมานาน หุ้นค่าพี/อี 80-90 เท่า ยังเข้าไปเล่น ซึ่งผมว่าควรระวัง ต้องเลือกลงทุนในหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการลงทุนของรัฐ เช่น วัสดุก่อสร้าง หุ้นรับเหมา” เสี่ยยักษ์ กล่าว

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) กล่าวว่า ประเทศไทยจะเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ กรณีต่างประเทศจะเป็นเรื่องผลกระทบจากการดึงเม็ดเงินกลับสหรัฐ ซึ่งจะเป็นเหตุการณ์ใหญ่ของโลก ผลกระทบนั้นพอเริ่มเห็นได้ตั้งแต่ปีนี้ จากการที่ค่าเงินสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 8% ภายในเวลา 12 สัปดาห์ และได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันและทองคำลดลงอย่างแรง และปีหน้าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเพิ่มขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ และจะต่อเนื่อง 2 ปีติดต่อกันเพื่อเพิ่มในระดับ 4%

ขณะที่ปัจจัยในประเทศจะเป็นเรื่องการขับเคลื่อนการลงทุนของภาครัฐ 3 ล้านล้านบาท ให้เป็นไปตามที่ประกาศเจตนารมณ์ไว้ ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนเฝ้ารอให้เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งจะทำให้ความเชื่อมั่นของ
นักธุรกิจและนักลงทุนกลับมา

ด้านการซื้อขายหุ้นวันที่ 1 ธ.ค. 2557 หุ้นกลุ่มพลังงานยังคงได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันปรับตัวลงแรง โดยหุ้น ปตท. (PTT) รูดลงหนักถึง 19 บาท หรือ 4.96% ปิดที่ 364 บาท รวมถึงหุ้นในกลุ่ม ปตท.ตัวอื่นๆ ด้วย ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงให้ความสนใจหุ้นการบิน สนับสนุนให้ราคาปรับตัวขึ้น สวนทางตลาดโดยรวมที่ดัชนีลดลงเกือบ 1 จุด

ด้านบริษัท แมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น (MAX)  แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ย.มีการซื้อขายหุ้นรายการใหญ่ (บิ๊กล็อต)  ของผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 1,600 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.07% ของทุนจดทะเบียน ซึ่งเป็นหุ้นของนายอนุกูล บุญทิพย์ ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2557

สำหรับราคาทองคำที่ลงแรงต่อจากสัปดาห์ที่ผ่านมา  เมื่อวันที่  1 ธ.ค. 2557 ราคากลับผันผวนสูง มีการเปลี่ยนแปลงถึง 7 ครั้ง  เปิดตลาดภาคเช้าลดลงทันที 250 บาท ก่อนจะสลับปรับขึ้นและปรับลง  จนสิ้นสุดบวก 100 บาท ทองคำแท่งรับซื้อที่ 18,250 บาท และขายออก 18,350 บาท หลังจากสัญญาทองคำล่วงหน้าปรับขึ้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ