
แบงก์กรุงเทพยึดหัวหาด เขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้
27-29 พ.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงเทพนำนักลงทุนที่เป็นลูกค้าธนาคารกว่า 60-70 ราย ไปดูลู่ทางการลงทุนในเขตการค้าเสรีเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
27-29 พ.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงเทพนำนักลงทุนที่เป็นลูกค้าธนาคารกว่า 60-70 ราย ไปดูลู่ทางการลงทุนในเขตการค้าเสรีเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
ต้องบอกว่า กิจกรรมครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะ ผู้บริหารแบงก์บัวหลวง ที่นำทีมโดย ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ คัดเลือกลูกค้าที่เป็นนักลงทุน ผู้ส่งออก นำเข้า ตัวจริงไปดูช่องทางการทำธุรกิจโดยตรง
นักลงทุนที่เดินทางไป เช่น สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท กรุ๊ป มหาเศรษฐีอันดับ 25 ของไทย พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เจ้าของบริษัทอาหารทะเลรายใหญ่ ผู้บริหารระดับสูงบริษัท ศรีตรัง แอโกร อินดัสทรี บริษัท ไทยรับเบอร์ บริษัท เอบิโก้
ธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง เกียรติศักดิ์ ตั้งเจริญสุทธิชัย ประธานกรรมการบริษัท ไต๋รับเบอร์ สมเกียรติ ลิมปศิลป์ กรรมการผู้จัดการบริษัท สหกิจฮาร์ดแวร์ กมลชัย วงศ์มหเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รวมกิจ อินเตอร์เนชั่นแนล วัฒนา พัวพัฒนขจร รองประธานบริษัท ไทย-เยอรมัน มีท โปรดักท์ (TGM) บุญยิ่ง เจริญฐิติวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอนเทียร์ กรุ๊ป ฯลฯ
ชาติศิริ ระบุว่า ขณะนี้ตลาดการค้าไทย-จีน เปิดกว้างมากขึ้น โดยทางรัฐบาลจีนได้ประกาศให้มีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีในเมืองเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Free Trade Zone) ซึ่งนับเป็นเขตเศรษฐกิจเสรีเป็นแห่งที่ 2 รองจากฮ่องกง
Shanghai FTZ เป็นต้นแบบในการสนับสนุนการค้า การลงทุนนับตั้งแต่การแปรรูปการทำงานของรัฐบาล การจัดการบริหาร การลงทุนข้ามเขตแดน การผ่อนคลาย Foreign Exchange Control และภาคธุรกิจการเงิน เพื่อการสนับสนุนสถาบันการเงินในเขต Shanghai FTZ อีกด้วย
สุวัชชัย ทรงวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) ที่ดูแลกิจการสาขาทั้งหมด 5 แห่ง คือ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซี่ยเหมิน เสิ่นเจิ้น ฉงชิ่ง และล่าสุดได้รับอนุญาตจากทางการจีนในการเปิดสาขาแห่งที่ 6 ในเขตการค้าเสรีเมืองเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า นักลงทุนไทยที่มองหาโอกาสในการขยายตลาดมายังประเทศจีน น่าจะเข้ามาลงทุนในเขตการค้าเซี่ยงไฮ้ ซึ่งรัฐบาลจีนมอบสิทธิประโยชน์ในแง่ของการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจที่น่าสนใจ เนื่องจากการลงทุนต่างๆ ในโซนดังกล่าวจะไม่มีขีดจำกัด ไม่มีการกำหนดโควตา
“เขตการค้าเสรีเมืองเซี่ยงไฮ้คือตัวเชื่อมการค้า การลงทุนที่ดี เพราะมีการมอบสิทธิประโยชน์ในเรื่องการกู้ยืม ธุรกรรมทางการเงินที่ดีมาก มีข้อจำกัด
น้อยกว่าในพื้นที่นอกโซน และหากจะกู้เงินหรือโอนเงินเหรียญสหรัฐมาลงทุนขยายกิจการในโซนจะไม่จำกัดวง สามารถโอนเงิน เข้าออกที่สะดวกเหมือนกับการซื้อขายเงินในตลาดออฟชอร์ เรียกว่า สะดวกมีค่าดำเนินการต่างๆ ที่ดีกว่ามาก” สุวัชชัย กล่าว
ปัจจุบันธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) มีฐาน สินเชื่อประมาณกว่า 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ
สุวัชชัย ระบุว่า ธนาคารจะเชื่อมการเงินกับตลาดฮ่องกง สิงคโปร์ และการเชื่อมโยงการให้บริการลูกค้าในกลุ่มอาเซียน และขยายธุรกรรมให้รองรับการขยายตลาดของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
ชาติศิริ เชื่อว่า ผลของจีนที่กำลังเปิดประเทศเชื่อว่าจะทำให้ปริมาณการค้าไทย-จีนขยายตัว เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และอาเซียน 3.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขณะเดียวกันเชื่อว่าเซี่ยงไฮ้จะเป็นศูนย์กลางการค้าในระยะหลังจากนี้ไป เพราะรัฐบาลจีนกำหนดให้เป็นที่ต้อนรับของนักลงทุน เป็นทัพหน้าของการลงทุน จึงเปิด เขตการค้าเสรีขึ้นมา เพื่อการลงทุนในทุกรูปแบบ และมีการประกาศนโยบายชัดเจนว่า เขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้จะเป็นแปลงนาสาธิต สำหรับการพัฒนาธุรกิจ อุตสาหกรรมบริการ อุตสาหกรรมระดับไฮเทคที่ดีที่สุดของโลก
ชาติศิริมั่นใจว่า ใครก้าวเข้าไปก่อน โอกาสที่จะยึดหัวหาดตลาดที่มีฐานการบริโภคจำนวนมากมีความเป็นไปได้สูง และพื้นที่เขตการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้จะเป็นประตูการค้าในระยะ 20 ปีข้างหน้าแน่นอน







