
แรง!เมืองไทยลิสซิ่งทะยานไปอีกไกล
เมืองไทย ลิสซิ่ง ทะยานแรง 116% แนวโน้มไปต่อ เปิดจุดแข็งกำไรพุ่งพรวด หนี้เสียต่ำ ต้นทุนเงินลง 11.5%
เมืองไทย ลิสซิ่ง ทะยานแรง 116% แนวโน้มไปต่อ เปิดจุดแข็งกำไรพุ่งพรวด หนี้เสียต่ำ ต้นทุนเงินลง 11.5%
หุ้นที่ให้บริการสินเชื่อรายย่อยร้อนแรงดีเหลือเกิน ล่าสุดบริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) เริ่มนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่านักลงทุนให้ความสนใจเก็งกำไรสูงมาก โดยมีมูลค่าการซื้อขายถึง 11,913 ล้านบาท และราคาหุ้นดีดขึ้นไปปิดที่จุดสูงสุดของวันที่ 11.90 บาท แจกกำไรคนจองซื้อที่ 5.50 บาท ถึง 116.36% เดินตามรอยรุ่นพี่ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 หรือ SAWAD ที่แจกกำไรให้กับนักลงทุนถึง 211% หากผู้ที่จองซื้อในราคาหุ้นละ 6.90 บาท ถือลงทุนมาถึงปัจจุบันราคาปิดที่ 21.50 บาท
นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง เปิดเผยว่า พื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทคือกำไรเติบโตต่อเนื่องจากการดำเนินงาน 22 ปี และแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกมาก พร้อมตั้งสำรองหนี้สูญไว้สูงถึง 280% ตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิในปีนี้ น่าจะเติบโตขึ้นประมาณ 70% จากปี 2556 ที่ทำได้ 351.44 ล้านบาท และยังวางเป้าหมาย 3 ปีข้างหน้า (2558-2560) จะเติบโตขึ้นเป็น 3 เท่า จากปี 2557 เพราะยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2560 เพิ่มเป็นประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท เติบโตประมาณ 2 เท่าตัว จากสิ้นปีนี้ที่ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท และการเปิดสาขาใหม่ให้ครบ 1,000 สาขา เพิ่มจากสิ้นปี 2557 ที่ 500 สาขา
นอกจากนั้น ภายหลังบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ คาดว่าต้นทุนการกู้ยืมเงินจะลดลงประมาณ 11.5% จากปัจจุบันที่ 5.5% เพราะการไปเจรจาต่อรองกับสถาบันการเงินและบริษัทเครื่องมือทางการเงินมากขึ้น รวมถึงอัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ต่ำเพียง 0.5 เท่า
“ส่วนต่างดอกเบี้ยน่าจะดีขึ้นเป็น 21-22% จากระดับ 19-20% และอัตรากำไรสุทธิน่าจะสูงจากปัจจุบันที่ประมาณ 29% โดยคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมประมาณ 25% ต่อปี หรือ 1.25% ต่อเดือน ตามเกณฑ์ของ ธปท.” นายชูชาติ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีจุดแข็งที่มีหนี้เสียต่ำเพียง 1.64% สัดส่วนหนี้สูญต่อสินเชื่อรวม 0.08% ถือว่าต่ำที่สุดในอุตสาหกรรม และยังเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อกลุ่มจักรยานยนต์อันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วนถึง 85% ของยอดสินเชื่อคงค้างปีนี้ที่ประมาณ 7,000 ล้านบาท บริษัทมีลูกค้าประมาณ 6 แสนราย ถือเป็นลูกหนี้คุณภาพดีถึง 90% หรือกลุ่มที่ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน ลูกค้ากระจายใน 5 กลุ่ม แต่ละรายปล่อยไม่สูงอยู่ที่ประมาณ 1.3 หมื่นบาท







