
‘รีเบคกา ชราจ’ เจ้าแม่เบเกิลแห่งเกาะฮ่องกง
ฮ่องกงถือเป็นสถานที่ที่มีอาหารรสชาติเด็ดอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นของคาวหรือของหวาน
โดย...ชาลินี ลงกานี
ฮ่องกงถือเป็นสถานที่ที่มีอาหารรสชาติเด็ดอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นของคาวหรือของหวาน แต่สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนเมืองนี้จะยังไม่มี นั่นก็คือ ขนมปังเบเกิล ทำให้ รีเบคกา ชราจ หญิงสาวลูกครึ่งอเมริกัน-ฮ่องกง ผู้คลั่งไคล้ในเบเกิล และอาศัยอยู่ในฮ่องกง คิดจะใช้ช่องว่างนี้เป็นโอกาสในการบุกตลาดใหม่
ในช่วงเช้า ชราจทำงานประจำในบริษัทจัดการสินทรัพย์ โดยทำหน้าที่ดูแลลูกค้าทั่วเอเชีย แต่ในตอนกลางคืน ก็เป็นเวลาที่หญิงสาววัย 35 ปี จะได้วาดลวดลาย นวด คลึง และอบขนมปังหอมกรุ่นนี้ สำหรับลูกค้าชาวฮ่องกงที่สนใจสั่งซื้อล่วงหน้า
“ผู้คนต่างรู้ดีว่าฉันชื่นชอบเบเกิลมากแค่ไหน มากถึงจุดที่เพื่อนๆ ของฉันต่างบอกว่าจะไม่ออกไปเที่ยวด้วย ถ้าฉันไม่สัญญาว่าจะไม่หยิบยกเรื่องเบเกิลขึ้นมาพูด” ชราจ กล่าวอย่างติดตลก
โดยปกติแล้ว ชราจจะเริ่มกลิ้งออกจากเตียงตั้งแต่ตี 4 และเดินไปที่ครัวใหญ่ห่างจากอพาร์ตเมนต์ไม่กี่นาที เพื่อนำแป้งโดที่ผสมนวดและขึ้นรูปเป็นเบเกิลเรียบร้อยก่อนหน้านี้หนึ่งวัน เพื่อเอาออกจากตู้เย็นและพักแป้งให้ขึ้นฟู จากนั้นก็นำเบเกิลไปต้มโรยหน้าด้วยเครื่องต่างๆ เช่น งา เมล็ดป๊อปปี้ หรือหัวหอม แล้วถึงจะเอาไปอบได้ เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนเรียกเหงื่อเหล่านี้แล้ว ชราจก็กลับบ้านมาอาบน้ำแต่งตัว เตรียมไปทำงาน
“แค่ทำตามสูตรอย่างเดียวไม่พอหรอก จะต้องทำโดยใช้ความรู้สึกด้วย” ชราจ แนะเคล็ดลับ พร้อมกับเผยอีกว่า การทำงานที่บริษัทด้านการเงิน มีส่วนช่วยในการทำธุรกิจเบเกิลอีกด้วย เช่น สามารถนำวิธีการบริหารจัดการคนมาประยุกต์ใช้ในการจัดการธุรกิจและขยายตลาดได้ด้วย
เท้าความกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อนหน้านี้ ชราจเดินทางมาอาศัยอยู่ที่ฮ่องกงครั้งแรก และหลังจากตระเวนไปทั่วเมือง ก็ไม่สามารถเติมเต็มความอยากกินเบเกิลได้เลย เพราะหาร้านที่ขายเบเกิลไม่ได้สักร้านเดียว นั่นเป็นสาเหตุที่เจ้าของกิจการเริ่มเข้าครัวทำขนมปังกินเอง
แต่หลังจากที่ทดลองไปหลายๆ สูตร ก็มีเพื่อนคนหนึ่งมาขอให้ช่วยทำเบเกิลถึง 35 ชิ้น สำหรับจัดเลี้ยงงานวันเกิดให้ ชราจรู้สึกประหม่ามาก เพราะไม่เคยทำในปริมาณมากขนาดนั้นมาก่อนเลย แต่เมื่อทำเสร็จก็ต้องประหลาดใจ เพราะว่ามีเชฟรายหนึ่งที่ได้ลิ้มรสอาหารของเธอที่งานเลี้ยง และอยากสั่งไปขายในร้านอาหารที่ทำงานอยู่
ในช่วงหนึ่ง ชราจต้องทำตามออร์เดอร์ให้กับร้านอาหาร บริษัท หรือบุคคลทั่วไปที่อยากกินขนมปังแสนอร่อยนี้ ซึ่งยอดการสั่งก็มากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องซื้อเตาอบ ตู้เย็น และอุปกรณ์อื่นๆ มาเพิ่ม ทว่าสุดท้ายแล้วชราจก็ไม่สามารถรับมือกับการทำ
เบเกิลหลายร้อยชิ้นต่อวัน พร้อมๆ กับทำงานประจำด้วยได้ จึงได้ย้ายไปทำให้ครัวเชิงพาณิชย์และจ้างพนักงานทำขนม 2 คน รวมถึงผู้จัดการอีก1 คน
ความพิเศษของเบเกิลที่ชราจทำนั้นอยู่ที่การทำตามออร์เดอร์ของลูกค้า โดยไม่ทำล่วงหน้าเลย ดังนั้น ใครอยากจะสั่งแบบพิสดารแบบไหนก็ทำได้ ซึ่งล่าสุดก็มีคนสั่งเบเกิลสีชมพูสำหรับงานในวันมะเร็งเต้านมโลก
ทั้งนี้ ความหลงใหลคลั่งไคล้เบเกิลไม่หยุดแค่นั้น ชราจไปเปิดร้านค้าแบบป๊อปอัพในตลาดนัดทั่วเมือง และมีแผนจะสร้างหน้าร้านเป็นของตัวเองอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ความเข้าใจในรสนิยมของลูกค้าท้องถิ่นว่าชอบขนมปังที่ค่อนข้างนิ่มกว่าชาวตะวันตก ทำให้ชราจมั่นใจว่าสามารถทำเบเกิลออกมาได้ถูกปากถูกใจชาวเมืองฮ่องกงอย่างแน่นอน







