
สหพันธ์ชาวนา
นับว่าเป็นภารกิจแรกของ สหพันธ์สมาคมชาวนาไทย (สชท.) ซึ่งเกิดจากการวมตัวจัดตั้งของสมาคมชาวนาในประเทศไทยที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ 7 สมาคม และมีสมาชิกนับล้านคน โดยมี นิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย เป็นประธานสหพันธ์คนแรก
นับว่าเป็นภารกิจแรกของ สหพันธ์สมาคมชาวนาไทย (สชท.) ซึ่งเกิดจากการวมตัวจัดตั้งของสมาคมชาวนาในประเทศไทยที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ 7 สมาคม และมีสมาชิกนับล้านคน โดยมี นิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย เป็นประธานสหพันธ์คนแรก
เมื่อนิพนธ์และแกนนำชาวนาเข้ายื่นหนังสือต่อประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และโฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ขอให้บัญญัติในรัฐธรรมนูญให้อาชีพชาวนาเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย
“การจัดตั้งสหพันธ์จะอยู่ภายใต้ 3 หลัก คือ การสร้างความเป็นธรรม เพิ่มคุณภาพชีวิตชาวนา และต้องมีความยั่งยืน เราไม่ได้ตั้งสหพันธ์มาเพื่อต่อสู้กับโรงสีหรือผู้ส่งออก แต่เป็นการรวมตัวกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง ไม่ให้ใครมาเอาเปรียบชาวนามากมายเหมือนทุกวันนี้ และครั้งนี้ชาวนาเขาเอาจริง” นิพนธ์ กล่าว
นิพนธ์อธิบายแนวทางการทำงานหลังจากจดทะเบียนจัดตั้งสหพันธ์ ที่จะมีผู้นำชาวนาจากทั้ง 7 สมาคม เป็นรองประธาน และชาวนาภาคต่างๆ เป็นกรรมการเสร็จแล้ว ว่าจะเริ่มต้นด้วยการให้ความรู้แก่ชาวนาในการคิดราคาข้าวในตลาดโลกที่ทอนกลับมาเป็นราคาข้าวเปลือก และประกาศให้รับรู้โดยทั่วกัน ไม่ใช่ให้ข้อมูลผูกขาดอยู่กับโรงสีและผู้ส่งออกเท่านั้น
“หากประกาศราคาเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปแล้ว แต่กลไกตลาดยังบิดเบือนและข้าวเปลือกของชาวนายังถูกกดราคาอยู่ บทบาทเริ่มแรก คือ สหพันธ์จะเป็นปากเป็นเสียงพูดกับกระทรวงพาณิชย์แทนชาวนา อย่างวันนี้ราคาข้าวสารหอมมะลิในตลาดทอนกลับมาเป็นข้าวเปลือกได้ 1.6 หมื่นบาท แต่ข้าวแห้งถูกกดราคาเหลือแค่ 1.2-1.3 หมื่นบาท/ตัน”
สำหรับภารกิจต่อมาของสหพันธ์ จะเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนาในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านต้นทุนการผลิต การจัดการผลผลิต และการจัดการด้านการตลาด ตลอดจนการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อสร้างกลไกและเครื่องมือที่จะสร้างอำนาจต่อรองให้ชาวนาได้
“ยังมีงานที่ต้องทำอีกมาก” นิพนธ์ บอก







