posttoday
แหวกม่านไม้ไผ่..."ไทยวันมอลล์" อีคอมเมิร์ซเจาะจีน

แหวกม่านไม้ไผ่..."ไทยวันมอลล์" อีคอมเมิร์ซเจาะจีน

25 พฤศจิกายน 2557

อาลีบาบา กรุ๊ป ธุรกิจอีคอมเมิร์ซชื่อดังจากประเทศจีน ทั้งรูปแบบบีทูบี บีทูซี ซีทูซี และช่องทางชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มเข้ามาเจาะตลาดไทยมากขึ้น โดยการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางของไทยให้เข้าถึงลูกค้าจีนได้ง่ายขึ้น ผ่านแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า “ไทย วัน มอลล์” เพื่อให้ลูกค้าชาวจีนสามารถเข้าถึงสินค้าแบบปลีกของคนไทยได้มาก ซึ่งธุรกิจในเครือของอาลีบาบาที่ทำธุรกิจแบบบีทูซี ได้แก่ ทีมอลล์ มีลูกค้าเข้าใช้งานสูงถึง 600 ล้านคน โดยไทย วัน มอลล์ ได้นำรูปแบบเดียวกันนี้มาใช้ เพื่อเจาะตลาดลูกค้าจีนที่มีความต้องการซื้อสินค้าไทย ที่ได้รับการรับรองว่าจะไม่โดนหลอก เป็นสินค้าไทยที่เลียนแบบหรือก๊อบปี้ยี่ห้อดังๆ ในเมืองไทย

อาลีบาบา กรุ๊ป ธุรกิจอีคอมเมิร์ซชื่อดังจากประเทศจีน ทั้งรูปแบบบีทูบี บีทูซี ซีทูซี และช่องทางชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มเข้ามาเจาะตลาดไทยมากขึ้น โดยการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางของไทยให้เข้าถึงลูกค้าจีนได้ง่ายขึ้น ผ่านแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า “ไทย วัน มอลล์” เพื่อให้ลูกค้าชาวจีนสามารถเข้าถึงสินค้าแบบปลีกของคนไทยได้มาก ซึ่งธุรกิจในเครือของอาลีบาบาที่ทำธุรกิจแบบบีทูซี ได้แก่ ทีมอลล์ มีลูกค้าเข้าใช้งานสูงถึง 600 ล้านคน โดยไทย วัน มอลล์ ได้นำรูปแบบเดียวกันนี้มาใช้ เพื่อเจาะตลาดลูกค้าจีนที่มีความต้องการซื้อสินค้าไทย ที่ได้รับการรับรองว่าจะไม่โดนหลอก เป็นสินค้าไทยที่เลียนแบบหรือก๊อบปี้ยี่ห้อดังๆ ในเมืองไทย

จีจี้ หลุ่ย แซ่กั๊ว กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทย วัน มอลล์ ผู้ให้บริการขายสินค้าผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซบนแพลตฟอร์มของอาลีบาบา กล่าวว่า ความต้องการสินค้าของประชากรจีนยังมีอีกมาก เพราะการเข้าถึงช็อปปิ้งมอลล์ของคนจีนยากกว่าของไทย ดังนั้นช่องทางอีคอมเมิร์ซจึงเป็นตลาดหลักในการซื้อขายสินค้าที่ดีที่สุดสำหรับวัยทำงาน ที่ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย โดยจำนวนลูกค้าของไทย วัน มอลล์ กว่า 13.9% จะมาจากเมืองกวางตุ้ง รองลงมาคือ เจ้อเจียง และเจียงซู

“การร่วมมือกับอาลีบาบาที่ครอบคลุมธุรกิจอีคอมเมิร์ซของจีนกว่า 80% ถือว่าเป็นรากฐานของธุรกิจที่ดีในการเข้าร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการมา 7 เดือน ไทย วัน มอลล์ มีคนเข้าใช้งานประมาณ 6,0008,000 คน/วัน ซึ่งล้วนแต่เป็นคนจีนเกือบทั้งหมด จะมีประมาณ 5% เป็นคนจีนที่อาศัยอยู่ในไทย ซึ่งหลังเปิดขายอย่างเป็นทางการ 4 เดือนทำยอดขายไปแล้วกว่า 50 ล้านบาท คาดว่าหลังเปิดให้บริการจากเดือน เม.ย.ปีนี้ จนถึงเดือน เม.ย.ปีหน้า จะทำรายได้รวม 300 ล้านบาท โดยบริษัทพร้อมทุ่มงบไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ในการประชาสัมพันธ์สินค้าไทยให้เข้าถึงคนจีนมากขึ้น ตั้งเป้าคนเข้าใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 2 หมื่นคน/วัน” จีจี้ กล่าว

ไทย วัน มอลล์ ได้รับสิทธิเป็นผู้ให้บริการในระบบจ่ายเงินของอาลีเพย์รายแรกในอาเซียน เพราะสินค้าส่วนใหญ่จะตอบสนองแก่ลูกค้าที่เป็นคนจีน และมีการรับประกันในด้านคุณภาพในการให้ข้อมูลโต้ตอบกับทางลูกค้าได้อย่างรวดเร็วจนได้รับความไว้วางใจ อีกทั้งยังมีระบบการจัดส่งสินค้าได้ตามความต้องการของตลาดได้ ซึ่งรูปแบบการขายสินค้านี้จะมีผู้ให้บริการจากไทยเพียง 2 รายเท่านั้น และไทย วัน มอลล์ เป็นอันดับแรกที่ได้รับสิทธินี้

เกาเหวินควัน ทูตพาณิชย์และที่ปรึกษาฝ่ายการค้าสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาในไทยประมาณ 4.7 ล้านคน คิดเป็น 18% ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในไทยทั้งหมด ซึ่งปีนี้หลังจากเริ่มมีทิศทางหลายๆ อย่างตอบสนองลูกค้าจีนดีขึ้น อีกทั้งไทยยังเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของจีน คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น และมียอดทางการซื้อขายสูงถึง 7.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

“ธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยมีเพียง 2% ที่สามารถนำสินค้าไปขายยังประเทศจีนได้ เนื่องจากเรื่องของภาษาและความสามารถในการโต้ตอบยังไม่ทันต่อความต้องการ จึงต้องอาศัยคนจีนที่อาศัยในไทยมาช่วยในเรื่องของธุรกิจและความเข้าใจในวัฒนธรรมของประเทศทั้งสองฝ่าย ทำให้ยังมีธุรกิจเอสเอ็มอีอีก 98% ที่มีความต้องการ แต่ไม่สามารถทำตลาดได้อย่างเต็มที่ การมีไทย วัน มอลล์ เข้ามาเป็นช่องทางเชื่อมต่อของธุรกิจ จะช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้มีโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าจีนมากขึ้น” เกา กล่าว

เว็นดี้ ซัน ผู้อำนวยการ บริษัท อาลีเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล บิสิเนส กล่าวว่า อาลีเพย์เป็นแพลตฟอร์มทางการเงินอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งให้บริการมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยธุรกิจบีทูซีถือว่ามาแรงที่สุดในตลาดอีคอมเมิร์ซ คาดว่าการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่มากขึ้น จะช่วยให้ธุรกิจค้าปลีกในเอเชียมีการเติบโตมากกว่าประเทศในแถบยุโรป

“กระแสการใช้งานสมาร์ทโฟนและความแพร่หลายของโมบายอินเทอร์เน็ต จะทำให้ยอดผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในจีนจากเดิมที่มี 632 ล้านคน จะเพิ่มขึ้นเป็น 800 ล้านคน แสดงว่าจะเกิดการซื้อขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซมากขึ้น โดยปีนี้ยอดค้าปลีกออนไลน์ของจีนโตกว่า 50% คาดว่าจะมีมูลค่ามากกว่า 13 ล้านล้านบาท หากมีการสนับสนุนที่ชัดเจนจากทางภาครัฐของจีนในด้านการพัฒนาอีคอมเมิร์ซ คาดว่าในปี 2558 จะมีมูลค่าถึง 17 ล้านล้านบาท” เว็นดี้ กล่าว

ดังนั้น ถึงแม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในปีนี้จะโตแค่ 1.4% แต่ถ้าธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถเข้าไปเจาะตลาดจีนได้มากขึ้น จะช่วยเปิดโอกาสทางการค้าในตลาดใหม่นี้ได้ โดยไทย วัน มอลล์ ช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการไทยที่ไม่มีพื้นฐานด้านภาษาให้สามารถเข้าไปนำเสนอสินค้าในจีนได้แบบไม่ยากลำบากอีกต่อไป

ภาพรวมทั้งหมด ไทย วัน มอลล์ จึงนับเป็นทางเลือกที่ช่วยให้เอสเอ็มอีไทยเจาะตลาดจีนที่มีประชากรกว่า 1,300 ล้านคนได้สะดวกขึ้น จึงนับเป็นโอกาสอย่างมากหากใช้ให้มีประสิทธิภาพ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย