posttoday
เป้าธนชาต2แสนล้าน

เป้าธนชาต2แสนล้าน

24 พฤศจิกายน 2557

บลจ.ธนชาต ตั้งเป้าปั๊มสินทรัพย์แตะ 2 แสนล้านปีหน้า เติบโต 20% มองลูกค้าแบงก์มีศักยภาพ

บลจ.ธนชาต ตั้งเป้าปั๊มสินทรัพย์แตะ 2 แสนล้านปีหน้า เติบโต 20% มองลูกค้าแบงก์มีศักยภาพ

นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าขยายมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ในปี 2558 แตะระดับ 2 แสนล้านบาท จากปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์ 1.64 แสนล้านบาท ณ เดือน ต.ค. 2557 หรือคิดเป็นเติบโตประมาณ 21% หรือ 3.6 หมื่นล้านบาท จากปีนี้

"กลยุทธ์ในการขยายสินทรัพย์จะเจาะกลุ่มลูกค้าของธนาคารธนชาตเป็นหลัก ซึ่ง 2-3 ปีที่ผ่านมาลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาขาของธนาคารส่วนใหญ่มีศักยภาพ ยังมีโอกาสในการนำเสนอโปรดักต์ให้ลูกค้า โดยปัจจุบันธนาคารธนชาตมีสาขาประมาณ 620 แห่งทั่วประเทศ" นายบุญชัย กล่าว

นอกจากนี้ ในปี 2558 ธนาคารพาณิชย์ของไทยและต่างประเทศจะนำกองทุนบางกองของบริษัทไปเสนอขายให้แก่ลูกค้าของธนาคารด้วย

นายบุญชัย กล่าวว่า สำหรับผลงานในช่วง 10 เดือนของปี 2557 บริหารสินทรัพย์เติบโตทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1.5 แสนล้านบาท โดยมีสินทรัพย์อยู่ที่ 1.64 แสนล้านบาท เติบโต 3.43 หมื่นล้านบาท หรือ 22% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.34 แสนล้านบาท

"โดยรวมยังเติบโตจากกองทุนรวม โดยปีนี้โต 32% หรือ 3.4 หมื่นล้านบาท จากสิ้นปีที่ผ่านมา ขณะที่กองทุนส่วนบุคคลลดลงจากเม็ดเงินที่บริษัทบริหารให้กับกองทุนสำนักงานประกันสังคม ซึ่งครบอายุ 5 ปี ประมาณ 5,000 กว่าล้านบาท และจะเปิดประมูลใหม่ในปีหน้า" นายบุญชัย กล่าว

ปัจจุบัน ธุรกิจกองทุนรวมของบริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์ 1.39 แสนล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 1.05 แสนล้านบาท ส่วนกองทุนส่วนบุคคลอยู่ที่ 1.29 แสนล้านบาท ลดลง 5,657 ล้านบาท หรือ 30% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.85 แสนล้านบาท ส่วนธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีมูลค่าสินทรัพย์ 1.18 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,084 ล้านบาท หรือ 10% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.05 แสนล้านบาท

นายบุญชัย กล่าวอีกว่า สำหรับแผนออกกองทุนใหม่ในปี 2558 จะมีกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นอาเซียน ซึ่งปัจจุบันกองทุนหลักในต่างประเทศยังไม่ค่อยมี บริษัทจึงจะร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มที่มีทีมดูแลการลงทุนหุ้นในต่างประเทศ

นอกจากนี้ จะออกกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งลงทุนได้ทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากมองว่าในปี 2558 จะมีกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจออกมาหลายกอง รวมถึงกองทรัสต์ ทำให้กองทุนจะมีตัวเลือกในการลงทุนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในปี 2558 ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ เศรษฐกิจสหรัฐและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลกระทบอย่างไร บางคนมองว่าเงินจะไหลกลับสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลให้เอเชียได้รับผลกระทบ ขณะที่บางคนมองว่าเอเชียจะกระทบช่วงสั้นๆ สักพักเงินก็จะไหลกลับเข้ามาหากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นจริง

"ตลาดหุ้นไทยในปีหน้าน่าจะดีกว่าปีนี้ อาจจะถึง 1,600-1,700 จุดได้ หลังจากมีรัฐบาลบริหารประเทศ มีนโยบายการลงทุนในโครงการภาครัฐและสาธารณูปโภค ประกอบกับเศรษฐกิจโลกค่อยๆ ฟื้นตัว ส่งผลให้ส่งออกของไทยในปีหน้าน่าจะดีขึ้นจากปีนี้ อย่างไรก็ตามยังห่วงหนี้ภาคครัวเรือนว่าจะแก้ไขได้มากน้อยแค่ไหน" นายบุญชัย กล่าว

สำหรับตลาดหุ้นต่างประเทศยังมองหุ้นสหรัฐน่าสนใจ ถึงแม้ดัชนีจะปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดต่อเนื่อง แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังคงทำให้หุ้นสหรัฐยังมีแนวโน้มที่ดี รองลงมาคือ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาเงินฝืด จะส่งผลให้ดัชนีปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง และตลาดที่น่าสนใจลำดับถัดไป คือ ยุโรป

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย