
ตลาดรอปัจจัยใหม่ๆ มาชับเคลื่อนเงินบาท
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย ในสัปดาห์นี้ คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวระหว่าง 32.7033.00 ใกล้เคียงกับสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องจากเป็นสัปดาห์ที่ถือว่าไม่ได้มีปัจจัยหลักที่จะส่งผลให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอย่างหวือหวามากนัก อีกทั้งยังมีวันพฤหัสบดีซึ่งเป็นวันหยุดประจำชาติของสหรัฐ (Thanksgiving) อีกด้วย ตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดทำการ 1 วัน
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย ในสัปดาห์นี้ คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวระหว่าง 32.7033.00 ใกล้เคียงกับสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องจากเป็นสัปดาห์ที่ถือว่าไม่ได้มีปัจจัยหลักที่จะส่งผลให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอย่างหวือหวามากนัก อีกทั้งยังมีวันพฤหัสบดีซึ่งเป็นวันหยุดประจำชาติของสหรัฐ (Thanksgiving) อีกด้วย ตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดทำการ 1 วัน
อย่างไรก็ดี ก็ยังมีตัวเลขเศรษฐกิจที่ควรติดตามซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในระยะสั้นๆ ได้แก่ การรายงานจีดีพีในไตรมาส 3 ของสหรัฐ โดยตลาดคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวได้ที่ 3.3% (อัตรารายปี) ลดลงเล็กน้อยจากการรายงานครั้งแรกที่ขยายตัว 3.5% ดัชนีการใช้จ่ายของผู้บริโภค ดัชนีความเชื่อมั่นและยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ รวมทั้งการรายงานตัวเลขการส่งออกของไทยประจำเดือน ต.ค.ของกระทรวงพาณิชย์ และการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ก่อนหน้านี้ตลาดมีความกังวลถึงความเป็นไปได้ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยเพิ่มเติม หลังจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ชี้ว่า เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่เคยประเมินไว้ และอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้อีกหากมีความจำเป็น
สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทเปิดตลาดที่ 32.78 ตามการชะลอการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ก่อนหน้า ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบตลอดสัปดาห์และมีแนวต้านอยู่ที่ 32.75 บาท โดยปัจจัยภายในประเทศที่นักลงทุนให้ความสนใจ ได้แก่ การรายงานตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 3 ของไทย ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.4% ในไตรมาส 2 เป็น 0.6% ในไตรมาส 3 (น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะขยายตัว 1.%) นอกจากนี้สภาพัฒน์ยังได้มีการปรับลดประมาณการทางเศรษฐกิจไทยในปี 2557 ลงด้วย จากเดิม 1.52% ปรับลดลงเหลือขยายตัวได้ 1.% อย่างไรก็ดีค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าขึ้นมาเหนือระดับ 32.80 ช่วงกลางสัปดาห์ตามสกุลเงินเอเชียอื่นๆ ที่เคลื่อนไหวตามค่าเงินเยนด้วย ก่อนจะลงไปเคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-32.80 ในช่วงท้ายสัปดาห์
สำหรับเงินเยนนั้น เปิดตลาดที่ 116.36 และเราเห็นการอ่อนค่าลงตลอดสัปดาห์ โดยแรงกดดันมาจากการรายงานตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 3 ของญี่ปุ่น ซึ่งยังคงหดตัวต่อเนื่องติดต่อกัน 2 ไตรมาส และการประกาศเลื่อนการขึ้นภาษีการบริโภคออกไปอีก 18 เดือนจนถึงเดือน เม.ย. 2017 และการประกาศยุบสภาในวันที่ 21 พ.ย. และเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ ในขณะที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น ไม่ได้มีมาตรการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ทำให้นักลงทุนมีการขายเงินเยนอย่างต่อเนื่อง และซื้อสินทรัพย์ในสกุลเงินเหรียญสหรัฐมากขึ้น จึงเป็นแรงกดดันให้เงินเยนอ่อนค่าลงมาแตะที่ระดับสูงกว่า 118 และค่อยๆ ปรับลดลงมาปิดตลาดที่ 117.78
ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.2525 และเคลื่อนไหวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ออกมากล่าวต่อ European Parliament ว่าอีซีบีพร้อมที่ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น







