
ความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือนเม.ย.ลดลงทุกภาคธุรกิจ
ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือนเม.ย.ลดลงทุกภาคธุรกิจจาก48.9เหลือ46.5เหตุจากความรุนแรงทางการเมือง ราคาน้ำมัน และภัยแล้ง ส่งผลกระทบผู้ประกอบการ
ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือนเม.ย.ลดลงทุกภาคธุรกิจจาก48.9เหลือ46.5เหตุจากความรุนแรงทางการเมือง ราคาน้ำมัน และภัยแล้ง ส่งผลกระทบผู้ประกอบการ
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ ประจำเดือนเม.ย. 2553 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมี.ค. 2553 พบว่า ดัชนีรวมภาคการค้าและบริการ ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 46.5 จากระดับ 48.9 และเป็นการลดลงทุกภาคธุรกิจ โดยภาคการค้าส่ง ภาคการค้าปลีก และภาคบริการ ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 40.7 47.1 และ 47.6 จากระดับ 51.7 47.8 และ 49.4 เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศและต่อธุรกิจตนเอง ที่ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 29.8 และ 41.6 จากระดับ 36.4 และ 50.8 ตามลำดับ
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าดัชนีลดลง เป็นผลมาจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น รวมกับความกังวลต่อสถานการณ์ด้านต้นทุนอันเนื่องมาจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น สถานการณ์ภัยแล้งที่มีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่ง ณ เดือนเม.ย. มีจังหวัดที่ประสบภัยแล้งแล้ว 31 จังหวัด ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศมีการเทขายหุ้นบางส่วน
รวมทั้งความกังวลจากปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศกรีซที่อาจจะส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นทั้งของนักลงทุน ผู้บริโภค และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการผ่านยอดจำหน่ายและกำไรที่ชะลอตัวลง
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแยกเป็นประเภทกิจการ พบว่า ภาคการค้าส่ง กิจการค้าส่งวัสดุก่อสร้าง มีค่าดัชนีลดลงมากที่สุดอยู่ที่ 38.3 จากระดับ 50.7 ลดลง 12.4 สอดคล้องกับตัวเลขยอดจำหน่ายสินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เช่น ปูนซิเมนต์ เหล็กเส้น ลวดเหล็ก และท่อโลหะ ซึ่งปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา
ภาคการค้าปลีก กิจการร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ค่าดัชนีลดลงมากที่สุดอยู่ที่ 46.1 จากระดับ 49.8 ลดลง 3.7 เห็นได้จากค่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 75.0 ปริมาณการจำหน่ายที่ลดลงของสินค้าอุตสาหกรรมโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ เช่นอาหาร เครื่องดื่ม ยานยนต์และอุปกรณ์ขนส่ง
ภาคบริการ ธุรกิจบริการก่อสร้างมีค่าดัชนีลดลงมากที่สุดอยู่ที่ 41.6 จากระดับ 51.8 ลดลง 10.2 ผลจากระดับราคาวัสดุก่อสร้างที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยดัชนีวัสดุก่อสร้างปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมาซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนที่สูงขึ้น
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า รวมภาคการค้าและบริการ ค่าดัชนีปรับตัวลดลงอยู่ที่ 47.3 จากระดับ 51.1 และเป็นการลดลงทุกภาคธุรกิจโดยภาคการค้าส่ง ภาคการค้าปลีก และภาคบริการ ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 47.8 48.1 และ 46.3 จากระดับ 48.8 51.7 และ 51.1 ตามลำดับ ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศและต่อธุรกิจตนเองค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 39.5 และ 48.7 จากระดับ 50.7 และ 54.9 ตามลำดับ
“แม้ค่าดัชนีความเชื่อมั่นทั้งปัจจุบันและคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า จะลดลงและอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 50 สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังมีความเชื่อมั่นในระดับที่ไม่ดี แต่ยังมีปัจจัยที่จะส่งผลในเชิงบวกจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น เช่น การส่งออก การลงทุนตามแผนไทยเข้มแข็ง และราคารพืชผลการเกษตร” นายยุทธศักดิ์ กล่าว







