posttoday
TSTHหวังมีกำไร

TSTHหวังมีกำไร

22 พฤศจิกายน 2557

ดันสินค้ามูลค่าเพิ่มเป็น50%หวังได้ราคาดีฝ่าวิกฤตความต้องการใช้เหล็กซึม

ดันสินค้ามูลค่าเพิ่มเป็น50%หวังได้ราคาดีฝ่าวิกฤตความต้องการใช้เหล็กซึม

“TSTH” งัดกลยุทธ์ดันสินค้ามูลค่าเพิ่มเป็น 50% ภายในสิ้นปีบัญชี 2558 หวังมีกำไรสุทธิ

นายราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) หรือ TSTH เปิดเผยว่า บริษัทได้เพิ่มสัดส่วนรายได้จากสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม ภายในสิ้นปีบัญชี 2558 (เดือน เม.ย. 2557-มี.ค. 2558) เป็น 50% ของสัดส่วนรายได้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 2530% เพราะเห็นว่าจะช่วยทำให้บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรได้ดีขึ้น และทำให้ปีดังกล่าวมีกำไรสุทธิได้

ทั้งนี้ แม้ว่าครึ่งปีแรก (มี.ค.-ก.ย. 2557) บริษัทจะขาดทุน 69 ล้านบาท โดยไตรมาสแรกมีกำไร 18 ล้านบาท แต่ไตรมาส 2 บริษัทขาดทุนถึง 88 ล้านบาท

“บริษัทต้องการเพิ่มสินค้ามีมูลค่าเพิ่ม เพราะมีราคาขายที่ดีกว่าราคาเหล็กก่อสร้างทั่วไป ประกอบเริ่มเห็นตัวเลขปริมาณขายสินค้ามูลค่าเพิ่ม จากไตรมาสแรกถึงไตรมาส 2 ทั้งสามประเภทปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเหล็กลวดพิเศษ SD 50 เพิ่มขึ้น 70% เหล็กเส้นขึ้นรูปเพิ่มขึ้น 25% และเหล็กต้านทานแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว เพิ่มขึ้น 35%” นายราจีฟ กล่าว

สำหรับสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการที่บริษัทได้เริ่มทำโปรโมชั่น หรือการเข้าไปให้ข้อมูลและหารือกับหน่วยงานราชการ รวมถึงผู้รับเหมารายใหญ่ใช้เหล็ก SD 50 อย่าง บริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD)

เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มเดินเครื่องจักรเพิ่ม เพื่อให้บริษัทลูกผลิตเหล็กเส้นขึ้นรูปที่โรงงาน จ.ระยอง เพิ่ม หลังจากที่มีแต่ที่ จ.ชลบุรี

“แผนงานของบริษัทตอนนี้ที่พยายามทำให้มีกำไรสุทธิ นอกจากจะผลักดันการขายสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นแล้ว บริษัทยังพยายามปรับลดต้นทุนการบริหารงานหรือการดำเนินงานทุกอย่างลง เช่น ลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต” นายราจีฟ กล่าว

ขณะที่คาดว่าช่วงไตรมาส 4 (ม.ค.มี.ค. 2558) จะเกิดคำสั่งซื้อจากผู้รับเหมาก่อสร้างในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ จากปัจจุบันยังไม่เกิดผลจริงในภาคปฏิบัติ เพราะมองว่าจะเริ่มเปิดประมูลรถไฟบางสายแต่ยังไม่เกิดขึ้น ประกอบกับยังเป็นช่วงเดียวกับที่ทางการจีนจะพิจารณาขึ้นภาษีการส่งออกซึ่งผลดีต่อการนำเข้าเหล็กจีนมาไทยลดลง

นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับลดเป้าหมายปริมาณการขายเหล็กปีนี้ลงเหลือ 1.1 ล้านตัน จากเดิมคาดว่าจะรักษาเท่ากับปีก่อนที่ 1.29 ล้านตัน โดยครึ่งปีแรกขายไปแล้วทั้งหมด 5.74 แสนตัน เนื่องจากการบริโภคในประเทศลดลง และโครงการพื้นฐานของภาครัฐก็เริ่มช้ากว่ากำหนด ประกอบกับยังเจอปัญหาการนำเข้าเหล็กเส้นจากจีนมาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ยังมีมุมมองเชิงบวกในครึ่งปีหลังดีขึ้นจากครึ่งปีแรก เนื่องจากเศษเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบราคาก็ลดลง ส่งผลให้ส่วนต่างราคาวัตถุดิบและราคาขาย (สเปรด) น่าจะดีขึ้น จากปัจจุบันอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าควรจะเป็นที่ 8,000 บาท/ตัน ประกอบกับคาดว่าความต้องการใช้เหล็กในประเทศจะเพิ่มขึ้นหลังหมดฤดูฝนไป โดยราคาขายเหล็กสำเร็จรูปเฉลี่ยในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1.9 หมื่นบาท/ตัน

นอกจากนี้ มองว่าหากอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยปี 2558 อยู่ที่ 4% คาดว่าจะส่งผลความต้องการใช้เหล็กในอุตสาหกรรมจะเติบโต 57% เนื่องจากจะมีโครงการลงทุนของรัฐบาลออกมาเป็นจำนวนมาก

ขณะที่บริษัทมีกำลังการผลิตเพียงพออยู่แล้ว แต่หากจะต้องลงทุนเพิ่มก็คงเน้นไปที่ปลายน้ำ คือ เพิ่มกำลังการผลิตที่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม สำหรับความคืบหน้าโครงการเตาถลุง Mini Blast Furnace (MBF) คาดว่าจะสรุปการเจรจาได้ภายในเดือน มี.ค. 2558 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาทั้งหมด 2 ราย

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดว่าแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2558 (ต.ค.-ธ.ค. 2557) ของ TSTH มีแนวโน้มขาดทุนต่อ จากกระแสข่าวผู้ค้าเหล็กบางรายขออนุมัตินำเข้าเหล็กเส้นสำเร็จรูปจากประเทศจีนโดยตรง ซึ่งมีราคาถูกกว่าไทย

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย