
คลอดเซตท็อปบ็อกซ์แห่งชาติจี้ กสทช. ใช้คุมมาตราฐาน
หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
โดย...จะเรียม สำรวจ
หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้นำร่องแจกคูปอง 690 บาท ให้ประชาชนนำคูปองไปใช้แลก และใช้เป็นส่วนลดในการซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล (เซตท็อปบ็อกซ์) และทีวีที่มีจูนเนอร์รับสัญญาณทีวีในตัวอย่างต่อเนื่อง
แต่กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลที่ผู้ประกอบการทั้ง42 บริษัท ผลิตออกมาทำตลาด ยังไม่ได้มาตรฐานตามที่ กสทช.ต้องการ จึงได้สั่งให้วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณทุนอุดหนุนการวิจัยจาก กองทุนวิจัย และพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ(กทปส.) วิจัยและพัฒนากล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลอีกครั้ง ในโครงการ “แนวทางการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องรับและแปลงสัญญาณคลื่นโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ของประเทศไทย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล กสทช.# มส.40022555
เชียรช่วง กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมการจัดทำมาตรฐานโครงการ และประธานคณะกรรมการร่างมาตรฐาน วสท. กล่าวว่า จากการตรวจสอบคุณภาพกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลของทั้ง 42 รายในขณะนี้พบว่า สินค้าผ่านมาตรฐานที่ กสทช.กำหนดไว้เพียง 4 มาตรฐาน จาก 19 มาตรฐาน ส่งผลให้ประชาชนที่ซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลไป บางพื้นที่สัญญาณภาพรับไม่ได้ และบางพื้นที่ภาพไม่ชัด
“สัญญาณภาพที่มีปัญหานอกจากจะเกิดจากกล่องรับสัญญาณไม่ได้มาตรฐาน ยังมีสาเหตุจากปัญหาการส่งสัญญาณของโครงข่ายทีวีดิจิทัล (มักซ์) เนื่องจากปัจจุบัน กสทช.ยังไม่ได้กำหนดมาตรฐานของมักซ์ให้อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน” เชียรช่วง กล่าว
ดังนั้น จึงแนะนำประชาชนว่า ยังไม่ควรซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลในตอนนี้ จนกว่า กสทช.จะประกาศมาตรฐานกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลฉบับใหม่ ซึ่งถือเป็นฉบับที่ 3 ลงในราชกิจจานุเบกษา เพราะมาตรฐานใหม่ที่ วสท. วิจัยและพัฒนาขึ้นมาถือเป็นกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลแห่งชาติ (กล่องดำ)
สำหรับประกาศกฎหมายบังคับใช้ แนวทางการออกแบบ ผลิตภัณฑ์เครื่องรับสัญญาณ และแปลงสัญญาณคลื่นโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาครั้งแรกไปเมื่อเดือน ธ.ค. 2555 ต่อมามีการแก้ไขฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2556 ซึ่งหลังจาก วสท.ได้ส่งมอบงานให้กับ กสทช. ในวันที่ 19 ก.พ. 2558 คาดว่า กสทช.จะประกาศมาตรฐานใหม่ที่ได้ปรับปรุงเป็นกฎหมายลงในราชกิจจานุเบกษาฉบับที่ 3
ในส่วนของมาตรฐานทางเทคนิคที่ได้พิจารณาให้ปรับเพิ่มเติมของการผลิตกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล คือ การใช้มาตรฐานจาก DVBT2 1.3.1 เป็นมาตรฐานระดับเวอร์ชั่น 1.2.1. หรือที่มีคุณสมบัติมากกว่า เนื่องจากปัจจุบันเวอร์ชั่น 1.2.1.เป็นกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลที่มีความแพร่หลายในตลาดโลก และมีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับเวอรืชั่น 1.3.1. แต่เนื่องจากเวอร์ชั่น 1.3.1. สามารถทำงานในลักษณะโมบายล์ ทีวี ได้ จึงทำให้ วสท.เลือกเวอร์ชั่น 1.3.1.มาพัฒนา
ทั้งนี้ ภาพรวมคร่าวๆ ได้กำหนดมาตรฐานทางเทคนิคที่ได้พิจารณาให้ปรับเพิ่มเติมของการผลิตกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล คือ การใช้เวอร์ชั่นจาก DVBT2 1.3.1 เป็นมาตรฐานในการพัฒนาเพราะทำงานในลักษณะโมบาย ทีวีได้ นอกจากนี้ เซตท็อปบ็อกซ์ ออน โหมด ควรมีค่ากำลังไฟฟ้าไม่เกิน 10 วัตต์ ขณะที่เซตท็อปบ็อกซ์ สแตนด์บาย โหมด ควรมีค่ากำลังไฟฟ้าไม่เกิน 1 วัตต์ เป็นต้น
และจอโทรทัศน์สแตนบาย โหลด ควรมีค่ากำลังไฟฟ้าไม่เกิน 1 วัตต์ ตามมาตรฐาน EN55013
อย่างไรก็ตาม จากกำหนดเวลาที่ วสท.ต้องส่งมอบงานให้กับ กสทช.ในเดือน ก.พ. 2558 แต่กำหนดเวลาการรับแลกคูปองจะสิ้นสุดในวันที่ 31 พ.ค. 2558 คาดว่า กสทช.น่าจะเลื่อนระยะเวลาการรับแลกคูปองออกไป ซึ่งหากมาตรฐานใหม่ประกาศใช้เป็นกฎหมาย จะนำกล่องรับสัญญาณรุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดพร้อมการแจกคูปองรอบ 2 ในวันที่ 28 พ.ย.นี้ อีกกว่า 1.7 ล้านฉบับ หากสินค้าที่ทำตลาดไม่ได้มาตรฐานถือว่าผิดกฎหมาย
พิศาล จอโภชาอุดม ประธานสาขาวิศคอมพิวเตอร์ วสท.กล่าวว่า หลังจากที่ วสท.ได้ส่งมอบงานให้กับ กสทช. หวังว่าคงจะนำผลการวิจัยและพัฒนาที่ได้ไปประกาศใช้ เพราะถือว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างมาก แต่หาก กสทช.ไม่ประกาศใช้ วสท. ก็คงทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากเป็นแค่ลูกจ้างที่รับจ้างทำงานเฉยๆ
ด้าน สุรเชษฐ์ เดชฟุ้ง ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กล่าวว่า หลังจากพัฒนากล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลตัวใหม่ที่ได้มาตรฐาน และนำไปทดลองตามจุดต่างๆ อาทิ ตึกใบหยก บิ๊กซี นวนคร เทสโก้ โลตัส บางปะอิน และ 5 แยกต่างระดับพระนครศรีอยุธยา ในความถี่ 514 MHz และมีการปรับปรุงหลายครั้งจนได้มาตรฐานที่กำหนด
ทีวีที่ประชาชนใช้อยู่ในปัจจุบันมีรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ โดยในส่วนของรุ่นเก่าจะไม่มีพอร์ตรับ HDMI (High Definition Multimedia Interface) หรือสายสัญญาณและช่องต่อภาพและเสียง เหมือนกับทีวีรุ่นใหม่ จึงต้องปรับระบบให้เหมาะสม
การออกมาแก้ปัญหาของ กสทช. ด้วยการเร่งแจกคูปอง 690 บาท เพื่อแก้ปัญหาการถูกรอนสิทธิ (ผู้ที่ดูทีวีผ่านเสาก้างปลาไม่สามารถชมทีวีดิจิทัลได้ชัดเจน) และให้การเปลี่ยนผ่านระบบการออกอากาศของโทรทัศน์ไทยจากอะนาล็อกสู่ดิจิทัล ทั้งที่ทุกอย่างยังไม่พร้อม ถือเป็นการเดินมาถูกทางหรือไม่ ถึงตอนนี้คงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้มาก นอกจากเดินหน้าต่อไป







