
ทันสถานการณ์
เกษตรฯ ขนที่ดินแจกประชาชนของขวัญปีใหม่
เกษตรฯ ขนที่ดินแจกประชาชนของขวัญปีใหม่
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีหน้ากระทรวงจะดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเต็มที่เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ผ่าน 3 โครงการสำคัญ คือ 1.เร่งจัดที่ดินให้เกษตรกรยากไร้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) 3 แสนครัวเรือน รายละไม่เกิน 15 ไร่
2.ปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรให้เหมาะสมในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกข้าว 8 ล้านไร่ เป็นเกษตรกรรายย่อย 1.1 ล้านครัวเรือน โดยสนับสนุนไปปลูกพืชอื่น หรือทำเกษตรพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ให้เงินอุดหนุนรายละไม่เกิน 2 แสนบาท
3.โครงการโค่นยางเก่าปลูกยางใหม่ 4 แสนไร่ สนับสนุนเงินไร่ละ 1.6 หมื่นบาท/ราย กลุ่มเป้าหมายเกษตรกรสวนยางรายย่อย 6.5 แสนครัวเรือน
ขณะนี้ ส.ป.ก.อยู่ระหว่างจัดเตรียมข้อมูลที่ดินที่จะต้องเข้าไปดำเนินการทวงคืนรวม 5 ล้านไร่ เพื่อนำมาจัดสรรให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้
“นายกรัฐมนตรีมั่นใจว่ามาตรการช่วยเหลือทั้งหมดจะช่วยลดผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจต่อภาคเกษตรได้ เนื่องจากในปีหน้ามีการคาดการณ์ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวมากกว่าปีนี้ และทำให้ราคาพืชเศรษฐกิจของไทย คือ ข้าว ยาง มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย และปาล์มน้ำมัน ยังตกต่ำต่อไป เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และปัญหาเงินเฟ้อของจีน” แหล่งข่าว ระบุ
เตือนอาหารจานด่วนอย่าแอบขึ้นราคาสินค้า
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้พ่อค้าแม่ค้าฉวยโอกาสในการปรับขึ้นราคาสินค้า โดยเฉพาะร้านอาหารปรุงสำเร็จ ข้าวแกง และก๋วยเตี๋ยว ที่บางรายมักจะใช้เรื่องของการปรับขึ้นเงินเดือน ค่าครองชีพข้าราชการชั้นผู้น้อยมาเป็นข้ออ้างในการขึ้นราคาสินค้า ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องต้นทุนการทำอาหาร
“หากมีการตรวจพบว่าร้านค้าใดปรับขึ้นราคาสินค้าแบบผิดปกติ และไม่สามารถชี้แจงต้นทุนได้ ขั้นแรกจะขอความร่วมมือให้ขายในราคาเดิม หากไม่ให้ความร่วมมือก็จะดำเนินการตามกฎหมายในเรื่องขายสินค้าสูงเกินควร โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
นอกจากนี้ ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสินค้าในกลุ่มรายการอ่อนไหว เช่น ข้าวสารบรรจุถุง ไข่ไก่ อาหารจานด่วน ผักสด น้ำมันพืช เนื้อหมู ฯลฯ เบื้องต้นพบว่าส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา







