
คิงเพาเวอร์ บุกรอบทิศรีแบรนด์-สยายปีกเอเชีย
โดย...ทีมข่าวธุรกิจตลาดโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวธุรกิจตลาดโพสต์ทูเดย์
หลังจากดำเนินธุรกิจมาครบ 25 ปี ของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ โดยเริ่มต้นจากร้านค้าปลอดอากรในเมืองแห่งแรก ที่อาคารมหาทุน พลาซ่า เพลินจิต ในวันนี้ คิง เพาเวอร์ได้ขยายกิจการร้านค้าปลอดอากร ทั้งในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่ และขยายร้านค้าปลอดอากรในเมืองอีก 3 แห่ง ได้แก่ ร้านค้าปลอดอากร ถนนรางน้ำ, สาขาศรีวารี และพัทยา
วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า นอกจากร้านค้าปลอดอากรแล้วธุรกิจในกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ยังครอบคลุมไปถึงธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร และธุรกิจโรงละคร ซึ่งในปี 2558 บริษัทจะรุกเปิดตลาดสินค้าปลอดอากรมากขึ้น ทั้งในประเทศไทยไปจนถึงในภูมิภาคเอเชีย เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี โดยจะเปิดร้านค้าปลอดอากรในเมืองแห่งที่ 4 ใน จ.ภูเก็ต บนพื้นที่กว่า 1 หมื่นตารางเมตร
สำหรับแผนการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย คิง เพาเวอร์ จะเข้าร่วมประมูลสัมปทานที่ท่าอากาศยานอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ร้านค้าปลอดอากรในเมืองประเทศญี่ปุ่น และอยู่ระหว่างเจรจากับพม่า รวมทั้งผนึกความร่วมมือกับสายการบินแอร์เอเชียเบอร์ฮัด เพื่อขยายธุรกิจดิวตี้ฟรีไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น
“ปัจจุบันถือว่าธุรกิจของคิง เพาเวอร์ ในเมืองไทยแข็งแรงเพียงพอแล้ว และพร้อมจะก้าวเข้าไปแข่งขันในตลาดเอเชีย ซึ่งการเปิดเออีซี จะส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมขยายตัวได้เร็วขึ้น”
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติมองว่าประเทศไทยมีต้นทุนค่าแรงงานที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว พม่า และกัมพูชา รวมถึงราคาที่ดินในประเทศเหล่านั้นยังถูกกว่าไทย ซึ่งอาจทำให้การตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทยมีโอกาสลดลง เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน
“ในโอกาสครบรอบ 25 ปีนี้ คิง เพาเวอร์ ได้ดึงเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมฟุตบอลของคนไทย ที่อยู่ในพรีเมียร์ลีกประเทศอังกฤษ มาร่วมค้นหาเยาวชนไทยที่มีความสามารถไปฝึกฝนและพัฒนาทักษะการเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพกับเลสเตอร์ ซิตี้ อะคาเดมี่ ในประเทศอังกฤษ เป็นระยะเวลา 2 ปีครึ่ง เพื่อสร้างพื้นฐานให้เยาวชนไทย ก้าวไกลอย่างยั่งยืน การเป็นนักเตะระดับโลกนับเป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่คิง เพาเวอร์ ทุ่มงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท เพื่อเยาวชนไทย” วิชัย กล่าวปิดท้าย
ด้าน วรมาศ ศรีวัฒนประภา รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า บริษัทได้ใช้งบ 600 ล้านบาท เพื่อปรับภาพลักษณ์ หรือรีแบรนดิ้ง คิง เพาเวอร์ใหม่ หลังจากดำเนินธุรกิจมานาน 25 ปี และเปลี่ยนตราสัญลักษณ์ของบริษัทให้ทันสมัยมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “WE ARE TRAVELLERS TOO” หรือ “เราเข้าใจนักเดินทางเช่นคุณ เพราะเราคือนักเดินทางเช่นกัน” เพื่อต้อนรับนักเดินทางและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสบการณ์เดินทางที่ดีให้นักเดินทาง และจะใช้งบการทำตลาดปีละ 1,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกันยังจัดทำภาพยนตร์โฆษณาเกี่ยวกับนักเดินทาง 2 เรื่อง เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มคนไทยมากขึ้น และตั้งเป้าผลักดันความเป็นไทยไปสู่สากลมากขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของบริษัท อาทิ แบรนด์วีเอส ซึ่งเป็นเอกซ์คลูซีฟแฟชั่น ผลิตภัณฑ์อาหารบรรจุภัณฑ์แบรนด์ฮาร์ดเมด อย่างทองม้วน และผลไม้อบแห้ง รวมถึงสินค้าของที่ระลึกจากสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก
ที่ผ่านมา คิง เพาเวอร์ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์บริการ รวมถึงการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ เพื่อสื่อให้เห็นถึงภาพลักษณ์ใหม่ รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อเป็นการตอบแทนและคืนกำไรให้แก่ลูกค้าในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปี อาทิ แคมเปญ ช็อปบินฟรี, Watch Festival, แคมเปญใหญ่ประจำปี Annual Sale Delights & Surprises และแคมเปญแคชการ์ดส่งท้ายปี วันที่ 27 พ.ย.31 ธ.ค.นี้
นอกจากกลยุทธ์ทางการตลาดแล้ว คิง เพาเวอร์ ยังให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ซีอาร์เอ็ม หรือการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและสมาชิก เพื่อให้เข้าใจลูกค้าให้มากขึ้นทั้งความต้องการ การนำเสนอสินค้าที่โดนใจเฉพาะกลุ่ม ความพึงพอใจสูงสุด การเพิ่มสิทธิประโยชน์ รวมทั้งจะเน้นการขายสินค้าผ่านออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซ เพื่อขยายฐานลูกค้าชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะคนจีน ซึ่งลูกค้าสามารถซื้อสินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทยได้ แม้จะเดินทางกลับไปประเทศของตนเองแล้วก็ตาม







