posttoday
ดับฝันเลิกอัยการศึก​

ดับฝันเลิกอัยการศึก​

20 พฤศจิกายน 2557

ปิดประตูตายสำหรับการยกเลิกกฎอัยการศึก หลังนักศึกษาคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น 5 คน ก่อเหตุป่วนสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความสีขาวที่แตกคำกันว่า “ไม่-เอา-รัฐ-ประ-หาร” พร้อมกับชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างการลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น วานนี้

ปิดประตูตายสำหรับการยกเลิกกฎอัยการศึก หลังนักศึกษาคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น 5 คน ก่อเหตุป่วนสวมเสื้อยืดสีดำ สกรีนข้อความสีขาวที่แตกคำกันว่า “ไม่-เอา-รัฐ-ประ-หาร” พร้อมกับชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างการลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น วานนี้

สืบสาวราวเรื่องพบว่า นักศึกษากลุ่มดังกล่าว คือ กลุ่ม “ดาวดิน” ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาเครือข่ายประชาธิปไตย ที่เคยถูกทหารเชิญตัวไปปรับทัศนคติมาแล้วครั้งหนึ่ง

ถือเป็นการถูกลูบคมต่อหน้าต่อตาครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ กับการลงพื้นที่อีสาน เพื่อเร่งแก้ปัญหาภัยแล้งที่ดินทำกิน โครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาการเมือง ​และปล่อยขบวนคาราวานเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลและแก้ปัญหาภัยแล้ง ภายใต้แนวคิด “คืนความสุขให้คนไทย รวมใจสู้ภัยแล้ง”

ประเดิมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดเมื่อมือดีโปรยใบปลิวโจมตีการลงพื้นที่ของ ​พล.อ.ประยุทธ์ ในบริเวณถนนศูนย์ราชการและถนนศรีจันทร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ​ด้วยข้อความ “อีสานไม่ต้อนรับเผด็จการ!!!”

ตอกย้ำให้เห็นว่ายังมีคลื่นใต้น้ำและกลุ่มป่วนเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยกเป็นเหตุผลเพื่อคงกฎอัยการศึกเอาไว้

ที่ผ่านมาหลายฝ่ายออกมารบเร้าให้ผ่อนปรนยกเลิกกฎอัยการศึก ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจที่ต้องการปลดล็อกสร้างความเชื่อมั่นให้ต่างชาติกลับมาลงทุน กระตุ้นการท่องเที่ยว ฯลฯ

รวมไปถึงภาคการเมืองที่ต้องการเห็นบรรยากาศความสงบเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ โดยเฉพาะในห้วงเวลาของกระบวนการปฏิรูป ที่ต้องยืนอยู่บนพื้นฐานเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นได้อย่างอิสระ ไม่ถูกปิดหู ปิดตา ปิดปาก

แถมยังเป็นห่วงว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็น ทั้งในส่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะติดขัดเงื่อนไขของกฎอัยการศึก จนปิดกั้นการฟังข้อเสนอแนะจากประชาชน

ทว่าสัญญาณจาก คสช.ยังหนักแน่นไม่ผ่อนปรนความเข้มงวดแต่อย่างใด

“เรากำลังแก้หมดทุกอย่าง เพราะฉะนั้นต้องเห็นใจ การที่จะทำให้ประชาชนหรือหน่วยงานไขว้เขว ต้องไม่ทำ ผมไม่ต้องบอกว่า สิ่งใดล่อแหลมหรือไม่ล่อแหลม เพราะทุกคนต้องเข้าใจรัฐบาล และ คสช.” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก ระบุ

ไม่เพียงเฉพาะแค่กฎอัยการศึก เพราะกฎระเบียบ คำสั่ง ของ คสช.​ก่อนหน้านี้หลายฉบับที่ออกมาล้วนแต่เป็นอุปสรรคต่อสิทธิเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็นทั้งในแวดวงวิชาการและสื่อสารมวลชน

เริ่มตั้งแต่ประกาศ คสช. ฉบับที่ 97 เรื่องการให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ และประกาศฉบับที่ 103 ที่ออกมาแก้ไขประกาศฉบับที่ 97 ที่ล้วนแต่เป็นอุปสรรคของการเสนอข่าวสารอย่างอิสระ

ปัญหาก่อตัวหนักขึ้นหลังเหตุการณ์ทหารเข้าบีบสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสให้งดเผยแพร่รายการ “เสียงประชาชนต้องฟังก่อนปฏิรูป” ด้วยเหตุผลไม่พอใจวิธีการตั้งคำถามผู้ดำเนินรายการที่พาดพิงรัฐประหาร และเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวผู้ดำเนินรายการ ทำให้ก่อตัวเป็นแรงกระเพื่อมและปลุกให้ผ่อนคลายกฎระเบียบตรงนี้เสียใหม่ แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล

ไม่ต่างจากเวทีสัมมนาระดมความคิดเห็นที่ถูกทหารเข้าไปควบคุม สั่งระงับการดำเนินการหลายรอบ โดยเฉพาะกับเวทีระดมความเห็นเรื่องการปฏิรูปที่ดินทำกิน การบุกรุกที่ป่าสงวนซึ่งเป็นปัญหาหนักข้อเกิดการกระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ

นักวิชาการ แกนนำภาคประชาชน หลายรายถูกควบคุมตัวไปปรับทัศนคติ ทั้งที่สิทธิการแสดงออกเหล่านี้ เป็นเครื่องมือเดียวที่ชาวบ้านพอจะทำได้ แถมต้นเหตุหลายกรณียังเป็นผลสืบเนื่องมาจากแนวนโยบายของ คสช.ด้วยซ้ำ

ทว่าเพื่อป้องกันเหตุป่วนในอนาคตหรือป้องกันกลุ่มการเมืองหยิบยกกรณีการเคลื่อนไหวเหล่านี้เป็นข้ออ้างเคลื่อนไหวหวังผลการเมืองบ้าง ทำให้ คสช. เลือกตัดตอนไม่ปล่อยให้กลุ่มต่างๆ เคลื่อนไหวในประเด็นต่างๆ เหล่านี้

เหตุป่วนที่ จ.ขอนแก่น วานนี้ อีกด้านหนึ่งจึงอาจเป็นการปะทุจากแรงบีบที่ตีกรอบควบคุมการเคลื่อนไหวตามกฎอัยการศึกและคำสั่งต่างๆ ของ คสช.

ต้องยอมรับว่าเมื่อการเคลื่อนไหวแสดงออกตามสิทธิที่เคยมีถูกปิดกั้นไม่ให้ทำได้ สุดท้ายย่อมกลายเป็นการบีบให้ทุกอย่างต้องไปเคลื่อนไหวใต้ดิน หรือนอกกฎกติกา และยิ่งจะไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล คสช. ที่ต้องทุ่มเทความสนใจทั้งหมดไปที่การบริหารงานและปฏิรูป

เหตุนักศึกษาป่วนต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ วานนี้ อาจจะเป็นชนวนป่วนปลุกให้เกิดการทำตามและบานปลายไปยังแต่ละพื้นที่ที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางไปนับจากนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ยากจะควบคุมได้ แม้ในสถานการณ์ที่ปกคลุมไปด้วยกฎอัยการศึก

นี่อาจจะกลายเป็น “ขอนแก่นโมเดล” ที่บานปลายขยายวงไปเรื่อยๆ นอกจากจะยากต่อการสกัดกั้นแล้ว ยังอาจเพิ่มดีกรีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย