
ห่วงที่ดินแพงลิบลิ่ว
เขตศก.พิเศษบูมมุกดาหารราคาพุ่ง40%ตราดเซ็งไร้สิทธิประโยชน์หนุนค้าชายแดน
เขตศก.พิเศษบูมมุกดาหารราคาพุ่ง40%ตราดเซ็งไร้สิทธิประโยชน์หนุนค้าชายแดน
มุกดาหารปลื้มพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ห่วงฟองสบู่ราคาที่ดิน ส่วนตราดโอดไร้แผนหนุนค้าชายแดน
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ได้เห็นชอบขอบเขตพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษใน 5 พื้นที่ชายแดน เป้าหมายรวม 36 ตำบล ใน 10 อำเภอ 5 จังหวัด รวมพื้นที่ 1.83 ล้านไร่ ได้แก่ อ.แม่สอด จ.ตาก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อ.คลองใหญ่ จ.ตราด จ.มุกดาหาร และ อ.สะเดา จ.สงขลา
ขณะเดียวกันจะมีการส่งเสริมการลงทุน เช่น ให้สิทธิประโยชน์สูงสุดหรือใกล้เคียงกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ส่วนกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ จะได้รับการลดภาษีนิติบุคคลกึ่งหนึ่งจากอัตราปัจจุบันเป็นเวลา 10 ปี เป็นต้น
นายธนโชติ โชติบุญยศักดิ์ รองประธานฝ่ายบริหารและพาณิชย์ หอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ภาคเอกชนเห็นด้วยกับพื้นที่ที่ กนพ.ประกาศ เพราะมีการเพิ่มตำบลที่ติดชายแดน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ด้านการใช้แรงงาน ขณะที่ด้านสิทธิประโยชน์ถือว่าเพียงพอ และดึงดูดการลงทุนแล้ว
ขณะเดียวกัน ราคาที่ดินตอนนี้ขยับขึ้นมากกว่า 30-40% ราคาพื้นที่นอกเมืองไร่ละ 10-20 ล้านบาท ขยับเป็น 40-50 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลจากข่าวดีต่างๆ ของจังหวัดที่ทำให้มีนักลงทุนสนใจเข้ามาดูที่ดินเป็นจำนวนมาก
นายภมร เชาว์ศิริกุล ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ราคาที่ดินปรับขึ้นมาก จนเกรงว่าจะเกิดฟองสบู่ราคาที่ดิน ซึ่งอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและลงทุน เพราะอาจทำให้นักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนแต่สู้ราคาที่ดินไม่ไหว และตัดสินใจไม่ลงทุน
นอกจากนี้ นายธนโชติ กล่าวต่อว่า หลังมีการประกาศให้ จ.มุกดาหาร เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทำให้ธุรกิจภาคบริการ การท่องเที่ยว และการค้าภายในจังหวัดคึกคักอย่างเห็นได้ชัด เช่น ธุรกิจโรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ ห้างสรรพสินค้าที่สนใจจะเข้ามาเปิดกิจการ รวมถึงธุรกิจที่พักอาศัย โรงแรม อพาร์ตเมนต์ ที่เพิ่มเป็น 4,000-5,000 ห้อง ซึ่งหากเทียบกับคนในพื้นที่ 3 แสนคน ถือว่าเยอะมาก
ด้าน นายสุมิตร เขียวขจี ประธานหอการค้าจังหวัดตราด กล่าวว่า การกำหนดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.ตราด เอกชนไม่เคยมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยพื้นที่ 3 ตำบลที่กำหนด ได้แก่ ต.หาดเล็ก และคลองใหญ่ เป็นพื้นที่ติดกับเกาะกง เน้นการค้าชายแดน ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม ส่วน ต.ไม้รูด เป็นพื้นที่สีเขียวทั้งหมดไม่สามารถตั้งโรงงานได้
“จ.ตราด มีศักยภาพด้านการค้าชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ แต่กลับไม่เห็นว่าในเขตเศรษฐกิจพิเศษกำหนดจะส่งเสริมการค้าชายแดน หรือให้สิทธิประโยชน์อย่างไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้” นายสุมิตร กล่าว
นอกจากนี้ เนื่องจากประชากรของ จ.ตราด กว่า 80-90% เป็นชาวสวนผลไม้ ดังนั้นจึงควรจะกำหนดให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษสูงสุด ซึ่งอุตสาหกรรมดังกล่าวกระจุกตัวอยู่ใน อ.เขาสมิง ทั้งอำเภอ แต่กลับไม่ถูกรวมอยู่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ส่วนพื้นที่อื่นๆ การตั้งห้องเย็นเก็บผลไม้หรือสร้างโรงงานแปรรูปนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นพื้นที่สีเขียวทั้งหมด จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก
“ทางจังหวัดบอกว่าการทำเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นเรื่องที่กำหนดเป็นนโยบายมา แต่ไม่เคยถามความเห็นเอกชน เราแทบไม่รู้เลยว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษที่แท้จริงคืออะไร เมื่อทางราชการและนักวิชาการคิด สิ่งที่ได้ออกมาจึงไม่ตรงกับความต้องการที่แท้จริง” นายสุมิตร กล่าว







