
กัมพูชาขึ้นค่าแรงไม่สะเทือนลงทุนต่างชาติ
เอกชนชี้กัมพูชาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่กระทบการลงทุน ด้านทูตพาณิชย์กัมพูชาพาเอสเอ็มอีจับคู่ธุรกิจไทย
เอกชนชี้กัมพูชาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่กระทบการลงทุน ด้านทูตพาณิชย์กัมพูชาพาเอสเอ็มอีจับคู่ธุรกิจไทย
นายนิยม ไวยรัชพานิช ประธานคณะกรรมการความร่วมมือเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำในกัมพูชาจาก 100 เหรียญสหรัฐ เป็น 128 เหรียญสหรัฐ/เดือน หรือประมาณ 4,200 บาท ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชามากนัก เนื่องจากยังต่ำกว่าค่าแรงในประเทศไทยมาก
นายฮอง ซูจีวิน ทูตพาณิชย์กัมพูชาในประเทศไทย กล่าวว่า ค่าแรงในอัตราดังกล่าวยังน่าจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติไปลงทุนในกัมพูชา ซึ่งในอนาคตยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการปรับขึ้นอีกหรือไม่
นายซิมโบรานา มาร์ นักกฎหมายของบริษัท เจบีแอล แม่โขง กล่าวว่า กัมพูชายังเป็นประเทศที่คุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะอัตราค่าจ้างก็ยังอยู่ในระดับเดียวกับประเทศอื่นๆ เช่น พม่า เวียดนาม และลาว และยังต่ำกว่าไทยมาก ขณะที่นักลงทุนยังสามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (จีเอสพี) ส่งออกสินค้าไปยังประเทศกลุ่มสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้ และกัมพูชายังมีข้อดีเรื่องที่ดินที่ยังมีราคาเช่าไม่แพงมากด้วย
นอกจากนี้ ยังเชื่อว่ารัฐบาลกัมพูชาอาจพยายามเสนอมาตรการจูงใจอื่นๆ เพื่อชดเชยกับค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับขึ้นไป เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนในกัมพูชาต่อไป เช่น อาจมีการขยายระยะเวลายกเว้นการเก็บภาษีจากเดิมสูงสุด 9 ปี
สำหรับด้านโอกาสการลงทุนของผู้ประกอบการไทยในกัมพูชานั้น นายซัมโบรานา กล่าวอีกว่า นอกจากอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากแล้ว ยังมีธุรกิจอื่นที่น่าสนใจ เช่น ท่องเที่ยว โรงแรม สินค้าอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม และร้านอาหาร โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมคนไทยมีความโดดเด่นมากจึงเหมาะจะไปลงทุนด้านนี้ในกัมพูชา
ขณะเดียวกัน ทูตพาณิชย์ของกัมพูชาได้นำคณะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จากกัมพูชา 30 ราย มาร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับนักธุรกิจไทย เพื่อหาพันธมิตรในการทำธุรกิจร่วมกันหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) โดยนักธุรกิจกัมพูชาต้องการพันธมิตรชาวไทยที่มีความรู้และเทคโนโลยี เพื่อไปช่วยพัฒนาด้านการออกแบบสินค้าบรรจุภัณฑ์ (แพ็กเกจจิ้ง) และวางแผนด้านการตลาด







