
TWZเร่งกำไรตามให้ทันพี/อี
“พุทธชาติ” ยอมรับ TWZ แพง เงินเพิ่มทุนยังไม่ทำงานจะโตแรงโตเร็ว คาดปีหน้ารายได้แตะ 5,000
“พุทธชาติ” ยอมรับ TWZ แพง เงินเพิ่มทุนยังไม่ทำงานจะโตแรงโตเร็ว คาดปีหน้ารายได้แตะ 5,000
นายพุทธชาติ รังคสิริ ประธานกรรมการ บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น หรือ TWZ เปิดเผยว่า ราคาหุ้นบริษัทที่เคลื่อนไหวอยู่ประมาณ 0.50 บาท ขณะนี้ยังแพงเมื่อพิจารณาสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ประมาณ 52 เท่า เพราะนักลงทุนเก็งผลกำไรที่จะเกิดขึ้นภายหลังการเพิ่มทุน แต่ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้ใช้เงินเพิ่มทุน
อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าปี 2558 จะเป็นปีทองของธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งจะเป็นโอกาสที่จะทำให้ TWZ เติบโตตามไปด้วย เนื่องจากบริษัทมีความพร้อมในทุกด้านทั้งทางด้านประสบการณ์ความเชี่ยวชาญที่ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม หลังจากการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 240 ล้านบาท เป็น 623 ล้านบาท โดยนายวิชัย ทองแตง นักลงทุนหุ้นคุณค่ารายใหญ่ได้เข้ามาลงทุน เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 2 ของบริษัท
นายพุทธชาติ กล่าวว่า นอกจากการสนับสนุนด้านเงินทุนแล้ว นายวิชัยยังมีวิสัยทัศน์สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยให้ CTH อินเตอร์เนชั่นแนล มาช่วยโปรโมทไปยังผู้ประกอบการ ต่างประเทศ ได้แก่ พม่า ลาว และกัมพูชา ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ TWZ เติบโตและแข็งแกร่งในต่างประเทศ
ในปี 25582559 บริษัทมีแผนพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยภายในประเทศนั้นจะเน้นการดูแลกลุ่มตัวแทนจัดจำหน่ายเดิมของ TWZ อย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน บริษัทยังจะเดินหน้าหาพันธมิตรรุ่นใหม่หรือร้านค้ารุ่นใหม่ที่มีใจรักงานทางด้านธุรกิจโทรคมนาคม โดยเป้าหมายหลักคือมีร้านภายใต้แบรนด์ TWZ กระจายทั่วประเทศ ซึ่งสัดส่วนการขายภายในประเทศปี 2558 คาดว่ามีมูลค่า 5,000 ล้านบาท และการขายภายในประเทศปี 2559 คาดว่าจะมีมูลค่า 6,000 ล้านบาท
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ TWZ ลงทุนเพิ่มในบริษัท ปิยะชาติ โดยเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 50 ล้านบาท เป็น 250 ล้านบาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจและมีแผนจะนำบริษัท ปิยะชาติ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป โดยเป้าหมายสัดส่วนรายได้ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเพิ่มเป็น 30%
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในการประชุมครั้งล่าสุด มีมติจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 719 ล้านหุ้น ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 26 หุ้นเดิมต่อ 3 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 55 สตางค์ ซึ่งบริษัทจะได้รับเงินจากการระดมทุนครั้งนี้อีก 390 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงชำระหนี้







