posttoday
กนพ.เคาะพื้นที่ศก.พิเศษครบคลุม5จว.36ตำบล

กนพ.เคาะพื้นที่ศก.พิเศษครบคลุม5จว.36ตำบล

17 พฤศจิกายน 2557

กนพ.กำหนดเขตพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษครอบคลุม 36 ตำบล 10 อำเภอ พื้นที่รวม 2,932 ตร.กม.

กนพ.กำหนดเขตพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษครอบคลุม 36 ตำบล 10 อำเภอ พื้นที่รวม 2,932 ตร.กม.

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมและเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ(กนพ.) ครั้งที่ 2/2557 ซึ่งมีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการ  ได้ความเห็นชอบขอบเขตพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน 5 พื้นที่ชายแดนเป้าหมาย รวม 36 ตำบล ใน10 อำเภอ พื้นที่รวมประมาณ 1.83 ล้านไร่ (2,932 ตร.กม.) โดยกำหนดขอบเขตพื้นที่ในระดับตำบลที่อยู่ติดชายแดนและไม่ทับซ้อนพื้นที่ป่าไม้ ดังนี้

1. จ. ตาก : 14 ตำบล 886,875ไร่ (1,419 ตร.กม.) ใน อ.แม่สอด อ.พบพระ และ อ.แม่ระมาด

2.มุกดาหาร : 11 ตำบล361,542 ไร่(578.5 ตร.กม.)ในอ.เมือง อ. หว้านใหญ่ และ อ. ดอนตาล

3.สงขลา : 4 ตำบล 345,187 ไร่ (552.3 ตร.กม.)ใน อ.สะเดา

4.จ.สระแก้ว : 4 ตำบล 207,500 ไร่ (332.0 ตร.กม.)ใน อ.อรัญประเทศ และ อ.วัฒนานคร

5.จ.ตราด : 3 ตำบล 31,375 ไร่ (50.2 ตร.กม.) ซึ่งเป็นพื้นที่ อ.คลองใหญ่ทั้งอำเภอ

นอกจากนี้ ที่ประชุมให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ปี 2558-2559โดยตั้งเป้าหมายให้วันที่ 1 ม.ค. 2558 เป็นจุดเริ่มต้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน 5 พื้นที่ชายแดนเป้าหมายจะได้รับการสนับสนุนในลักษณะ package ที่ชัดเจนในทางปฏิบัติ โดยจะเริ่มให้ภาคเอกชนขอรับการส่งเสริมการลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์ในระดับสูงสุดและเริ่มใช้บริการศูนย์บริการเบ็ดเสร็จสำหรับการลงทุนในพื้นที่ได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม

นอกจากนี้ ยังมีการอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวในพื้นที่ได้ในลักษณะไป-กลับมีการก่อสร้าง/ปรับปรุงถนน ด่านชายแดน โครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคที่สำคัญ และเริ่มเตรียมการใช้สหกรณ์ในบางพื้นที่เป้าหมายเพื่อบริหารจัดการผลิตผลการเกษตร

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษที่วางไว้มี 12 เขต แต่เบื้องต้นจะจัดตั้ง 5 เขต อาทิ เขตเศรษฐกิจแม่สอด คลองลึก ประดังเบซาร์ หนองคาย ซึ่งต้องใช้งบประมานสูง 4-5 หมื่นล้านบาทโดยระยะต้นได้ให้ใช้งบประมาณประจำปีวงเงิน 800 ล้านบาท และปีต่อๆไปก็ต้องมีการตั้งงบประมาณกันเอง เพราะต้องเตรียมการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้งรถไฟความเร็วสูงและรถไฟฟ้า

" 5 เขตเศรษฐกิจพิเศษได้สั่งการให้ไปพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้เกิดขึ้นก่อน โดยจะต้องกำหนดพื้นที่ที่ไม่มีปัญหาเรื่องที่ดิน อาจจะเป็นพื้นที่ราชพัสดุ หรือพื้นที่ทางราชการที่สามารถจะตั้งโรงงานขนาดเล็กได้โดยเร็ว"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว 

ทั้งนี้ทางรัฐบาลอยากชักชวนนักลงทุน ผู้ประกอบการหรือเศรษฐีในประเทศเข้ามาดำเนินการ เช่น การสร้างโรงงานแปรรูปด้านการเกษตร โรงงานทำอาหารสัตว์ โรงงานน้ำดื่ม

"ผมได้คุยกับนักธุรกิจไทยไปแล้วเมื่อครั้งเดินทางไปเยือนประเทศจีน ซึ่งทางการจีนก็สนใจ หากเราดำเนินการส่วนนี้ได้เราจะมีเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เชื่อว่าน่าจะดีในอนาคตและจะทำให้เกิดเมืองใหม่ขึ้นมาตามแนวชายแดน เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันต้องให้สอดคล้องกับเส้นทางรถไฟ และเส้นทางถนนที่เรากำลังก่อสร้างด้วย ตรงนี้เป็นการวางแผนเพื่ออนาคต"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

สำหรับรายละเอียดของแผนการดำเนินงานมีดังนี้

1. สิทธิประโยชน์ ขอบเขตพื้นที่ และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน

1.1 สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน เห็นชอบให้การลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษได้รับสิทธิประโยชน์ในระดับสูงสุดหรือใกล้เคียงกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กรณีทั่วไปรวมทั้งอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือในลักษณะไป-กลับ ในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมทั้งโครงการใหม่หรือขยาย ทั้งในและนอกเขตพัฒนาอุตสาหกรรม ใกล้เคียงกับสิทธิประโยชน์ที่ให้กับจังหวัดชายแดนภาคใต้ และให้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่มิใช่ทางภาษีเหมือนเขต 3 รวมทั้งพิจารณาอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมเป็นราย ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในพื้นที่โดยเร็ว ทั้งนี้ โดยให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพิจารณาต่อไป นอกจากนี้ เห็นชอบให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางมาตรการการเงินโดยรัฐจัดเงินกู้ดอกเบี้ยผ่อนปรนและค้ำประกันสินเชื่อวงเงิน 1 – 20 ล้านบาทตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

1.2 ขอบเขตพื้นที่ ที่ประชุม กนพ. ให้ความเห็นชอบขอบเขตพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน 5 พื้นที่ชายแดนเป้าหมาย รวม 36 ตำบล ใน 10 อำเภอ พื้นที่รวมประมาณ 1.83 ล้านไร่ (2,932 ตร.กม.)

1.3 ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน ในระยะแรกใช้พื้นที่ศูนย์ดำรงธรรม ระดับจังหวัดหรืออำเภอ โดยสำนักงานจังหวัดหรือหน่วยงานในท้องถิ่นเป็นผู้ให้บริการภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

2. โครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากร ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากรระยะเร่งด่วน (ปี 2558-2559) โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาจัดทำรายละเอียดโครงการและวงเงินให้ชัดเจน โดยให้จัดทำเป็นแผนการดำเนินงานในรายละเอียดโครงการรายปี ในระหว่างปีงบประมาณ 2557-2559 เพื่อเสนอ กนพ. ต่อไป

3. แรงงานและศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงานสาธารณสุข และความมั่นคง เห็นชอบให้มีการจัดระบบแรงงานต่างด้าวให้มาทำงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ในลักษณะไป-กลับและให้มีการจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงาน ซึ่งให้บริการเรื่องการอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร การตรวจสุขภาพการประกันสุขภาพและการคุ้มครองแรงงาน โดยให้ใช้รูปแบบของศูนย์บริการจดทะเบียนต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ รวมทั้งมีแผนการฝึกอบรมฝีมือแรงงานไทยบริเวณชายแดนและแรงงานต่างด้าวที่มาทำงานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน

4. ที่ประชุมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการตามแผนการดำเนินงานเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ปี 2558-2559 โดยมี สศช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กนพ. ทำหน้าที่บูรณาการการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะแรกในปี 2558 ประกอบด้วย

4.1  ด้านสิทธิประโยชน์ ขอบเขตพื้นที่ และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน 9 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรมป่าไม้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จังหวัดที่เกี่ยวข้อง ท้องถิ่นและภาคเอกชน

4.2  ด้านโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากร 6 หน่วยงาน กระทรวงคมนาคม (กรมทางหลวง กรมการบินพลเรือน กรมเจ้าท่า) กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

4.3  ด้านแรงงานศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงาน สาธารณสุข และความมั่นคง 10 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานประกันสังคม สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย