
กนพ.เคาะพื้นที่ศก.พิเศษครบคลุม5จว.36ตำบล
กนพ.กำหนดเขตพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษครอบคลุม 36 ตำบล 10 อำเภอ พื้นที่รวม 2,932 ตร.กม.
กนพ.กำหนดเขตพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษครอบคลุม 36 ตำบล 10 อำเภอ พื้นที่รวม 2,932 ตร.กม.
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมและเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ(กนพ.) ครั้งที่ 2/2557 ซึ่งมีพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการ ได้ความเห็นชอบขอบเขตพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน 5 พื้นที่ชายแดนเป้าหมาย รวม 36 ตำบล ใน10 อำเภอ พื้นที่รวมประมาณ 1.83 ล้านไร่ (2,932 ตร.กม.) โดยกำหนดขอบเขตพื้นที่ในระดับตำบลที่อยู่ติดชายแดนและไม่ทับซ้อนพื้นที่ป่าไม้ ดังนี้
1. จ. ตาก : 14 ตำบล 886,875ไร่ (1,419 ตร.กม.) ใน อ.แม่สอด อ.พบพระ และ อ.แม่ระมาด
2.มุกดาหาร : 11 ตำบล361,542 ไร่(578.5 ตร.กม.)ในอ.เมือง อ. หว้านใหญ่ และ อ. ดอนตาล
3.สงขลา : 4 ตำบล 345,187 ไร่ (552.3 ตร.กม.)ใน อ.สะเดา
4.จ.สระแก้ว : 4 ตำบล 207,500 ไร่ (332.0 ตร.กม.)ใน อ.อรัญประเทศ และ อ.วัฒนานคร
5.จ.ตราด : 3 ตำบล 31,375 ไร่ (50.2 ตร.กม.) ซึ่งเป็นพื้นที่ อ.คลองใหญ่ทั้งอำเภอ
นอกจากนี้ ที่ประชุมให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ปี 2558-2559โดยตั้งเป้าหมายให้วันที่ 1 ม.ค. 2558 เป็นจุดเริ่มต้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน 5 พื้นที่ชายแดนเป้าหมายจะได้รับการสนับสนุนในลักษณะ package ที่ชัดเจนในทางปฏิบัติ โดยจะเริ่มให้ภาคเอกชนขอรับการส่งเสริมการลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์ในระดับสูงสุดและเริ่มใช้บริการศูนย์บริการเบ็ดเสร็จสำหรับการลงทุนในพื้นที่ได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม
นอกจากนี้ ยังมีการอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวในพื้นที่ได้ในลักษณะไป-กลับมีการก่อสร้าง/ปรับปรุงถนน ด่านชายแดน โครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคที่สำคัญ และเริ่มเตรียมการใช้สหกรณ์ในบางพื้นที่เป้าหมายเพื่อบริหารจัดการผลิตผลการเกษตร
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษที่วางไว้มี 12 เขต แต่เบื้องต้นจะจัดตั้ง 5 เขต อาทิ เขตเศรษฐกิจแม่สอด คลองลึก ประดังเบซาร์ หนองคาย ซึ่งต้องใช้งบประมานสูง 4-5 หมื่นล้านบาทโดยระยะต้นได้ให้ใช้งบประมาณประจำปีวงเงิน 800 ล้านบาท และปีต่อๆไปก็ต้องมีการตั้งงบประมาณกันเอง เพราะต้องเตรียมการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้งรถไฟความเร็วสูงและรถไฟฟ้า
" 5 เขตเศรษฐกิจพิเศษได้สั่งการให้ไปพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้เกิดขึ้นก่อน โดยจะต้องกำหนดพื้นที่ที่ไม่มีปัญหาเรื่องที่ดิน อาจจะเป็นพื้นที่ราชพัสดุ หรือพื้นที่ทางราชการที่สามารถจะตั้งโรงงานขนาดเล็กได้โดยเร็ว"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ทั้งนี้ทางรัฐบาลอยากชักชวนนักลงทุน ผู้ประกอบการหรือเศรษฐีในประเทศเข้ามาดำเนินการ เช่น การสร้างโรงงานแปรรูปด้านการเกษตร โรงงานทำอาหารสัตว์ โรงงานน้ำดื่ม
"ผมได้คุยกับนักธุรกิจไทยไปแล้วเมื่อครั้งเดินทางไปเยือนประเทศจีน ซึ่งทางการจีนก็สนใจ หากเราดำเนินการส่วนนี้ได้เราจะมีเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เชื่อว่าน่าจะดีในอนาคตและจะทำให้เกิดเมืองใหม่ขึ้นมาตามแนวชายแดน เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันต้องให้สอดคล้องกับเส้นทางรถไฟ และเส้นทางถนนที่เรากำลังก่อสร้างด้วย ตรงนี้เป็นการวางแผนเพื่ออนาคต"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
สำหรับรายละเอียดของแผนการดำเนินงานมีดังนี้
1. สิทธิประโยชน์ ขอบเขตพื้นที่ และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน
1.1 สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน เห็นชอบให้การลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษได้รับสิทธิประโยชน์ในระดับสูงสุดหรือใกล้เคียงกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กรณีทั่วไปรวมทั้งอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือในลักษณะไป-กลับ ในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมทั้งโครงการใหม่หรือขยาย ทั้งในและนอกเขตพัฒนาอุตสาหกรรม ใกล้เคียงกับสิทธิประโยชน์ที่ให้กับจังหวัดชายแดนภาคใต้ และให้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่มิใช่ทางภาษีเหมือนเขต 3 รวมทั้งพิจารณาอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมเป็นราย ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในพื้นที่โดยเร็ว ทั้งนี้ โดยให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพิจารณาต่อไป นอกจากนี้ เห็นชอบให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางมาตรการการเงินโดยรัฐจัดเงินกู้ดอกเบี้ยผ่อนปรนและค้ำประกันสินเชื่อวงเงิน 1 – 20 ล้านบาทตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
1.2 ขอบเขตพื้นที่ ที่ประชุม กนพ. ให้ความเห็นชอบขอบเขตพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน 5 พื้นที่ชายแดนเป้าหมาย รวม 36 ตำบล ใน 10 อำเภอ พื้นที่รวมประมาณ 1.83 ล้านไร่ (2,932 ตร.กม.)
1.3 ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน ในระยะแรกใช้พื้นที่ศูนย์ดำรงธรรม ระดับจังหวัดหรืออำเภอ โดยสำนักงานจังหวัดหรือหน่วยงานในท้องถิ่นเป็นผู้ให้บริการภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
2. โครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากร ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากรระยะเร่งด่วน (ปี 2558-2559) โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาจัดทำรายละเอียดโครงการและวงเงินให้ชัดเจน โดยให้จัดทำเป็นแผนการดำเนินงานในรายละเอียดโครงการรายปี ในระหว่างปีงบประมาณ 2557-2559 เพื่อเสนอ กนพ. ต่อไป
3. แรงงานและศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงานสาธารณสุข และความมั่นคง เห็นชอบให้มีการจัดระบบแรงงานต่างด้าวให้มาทำงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ในลักษณะไป-กลับและให้มีการจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงาน ซึ่งให้บริการเรื่องการอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร การตรวจสุขภาพการประกันสุขภาพและการคุ้มครองแรงงาน โดยให้ใช้รูปแบบของศูนย์บริการจดทะเบียนต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ รวมทั้งมีแผนการฝึกอบรมฝีมือแรงงานไทยบริเวณชายแดนและแรงงานต่างด้าวที่มาทำงานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน
4. ที่ประชุมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการตามแผนการดำเนินงานเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ปี 2558-2559 โดยมี สศช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กนพ. ทำหน้าที่บูรณาการการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะแรกในปี 2558 ประกอบด้วย
4.1 ด้านสิทธิประโยชน์ ขอบเขตพื้นที่ และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน 9 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรมป่าไม้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จังหวัดที่เกี่ยวข้อง ท้องถิ่นและภาคเอกชน
4.2 ด้านโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากร 6 หน่วยงาน กระทรวงคมนาคม (กรมทางหลวง กรมการบินพลเรือน กรมเจ้าท่า) กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
4.3 ด้านแรงงานศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงาน สาธารณสุข และความมั่นคง 10 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานประกันสังคม สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย







