
ยูนิฟขนสินค้าบุกไทย
บริษัทแม่ไต้หวันเห็นโอกาสตลาดยังโตต่อรีแบรนด์กาแฟอาฮ่าเจาะกลุ่มคนทำงาน
บริษัทแม่ไต้หวันเห็นโอกาสตลาดยังโตต่อรีแบรนด์กาแฟอาฮ่าเจาะกลุ่มคนทำงาน
บริษัทแม่ยูนิฟ สั่งขนสินค้าในพอร์ตขายในไทยเพิ่ม หลังเห็นตลาดในไทยโต
น.ส.จุฑารัตน์ เล้าวงษ์ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ยูนิเพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้ยูนิฟ เปิดเผยว่า บริษัทแม่จากประเทศไต้หวัน มีนโยบายนำสินค้าในพอร์ตโฟลิโอส่งมาจำหน่ายในประเทศที่บริษัท ยูนิ–เพรส ซิเดนท์ อยู่ในตลาดมากขึ้น รวมถึงตลาด ในไทย เพราะเห็นโอกาสการขยายตัว ของตลาด จากปัจจุบันมีสินค้าในพอร์ต น้ำผลไม้สัดส่วน 50% ชาและกาแฟพร้อมดื่มเกือบ 50% ที่เหลือเป็นกลุ่มขนมขบเคี้ยวและอื่นๆ
ทั้งนี้ เบื้องต้นได้ทดลองนำเข้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูประดับพรีเมียม ราคา 39 บาท เข้ามาในไทยวางตำแหน่งเป็นสแน็กอัดรูป มีด้วยกัน 2 รสชาติ บาร์บีคิว และสาหร่าย วางจำหน่ายผ่านช่องทางท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ส่วนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังไม่มีแผนจะเข้ามาทำตลาดในไทย ส่วนก่อนหน้านี้ได้นำแผ่นมาสก์หน้าเข้ามาทำตลาดในไทยแล้ว
สำหรับกาแฟอาฮ่า หลังจากการที่บริษัททำตลาดมาร่วม 10 ปี จึงได้รีเฟรชแบรนด์ใหม่ ปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมกับออกรสชาติใหม่กาแฟผสมคาราเมล จากเดิมมีเพียงกาแฟคาปูชิโนผสมช็อกโกแลตเท่านั้น ซึ่งเป็นจุดแข็งของอาฮ่า ที่ทำกาแฟผสมกับเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ
น.ส.จุฑารัตน์ กล่าวว่า การกลับมารุกตลาดอย่างจริงจัง เพราะตลาดกาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่มมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท ยังมีอัตราเติบโตต่อเนื่อง 35% โดยเชื่อว่าโอกาสที่คนไทยจะดื่มกาแฟมีเพิ่มขึ้น หลังจากพบว่าตลาดกาแฟสดยังมาแรง แม้ว่าปัจจุบันจะมีคู่แข่ง 2 รายที่แข็งแกร่งและแทบจะกินรวบในตลาด ครองส่วนแบ่งรวมแล้วถึง 90% ก็ตาม แบ่งเป็น เบอร์ดี้ มีส่วนแบ่ง 60% และเนสท์เล่ มีส่วนแบ่งถึง 30% ที่เหลืออีก 10% เป็นรายย่อยๆ ในตลาด
ขณะที่ปัจจุบัน อาฮ่า มีส่วนแบ่งในตลาดไม่ถึง 5% หรืออยู่ใน 1 ใน 5 ของตลาด แต่บริษัทต้องการสร้างความเคลื่อนไหวให้กับแบรนด์ แม้ว่าจะเป็นแบรนด์เล็กๆ แต่สามารถสร้างยอดขายให้อย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายเจาะกลุ่มเด็กนักเรียนมัธยมปลายขึ้นไปกระทั่งถึงมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของอาฮ่า ส่วนกลุ่มวัยทำงานส่วนใหญ่จะกินกาแฟสดเป็นหลักมากกว่า







