สุวรรณภูมิเปิดใช้ระบบลำเลียงกระเป๋าเฉพาะเปลี่ยนเที่ยวบินแล้ว
สุวรรณภูมิเปิดใช้อาคารปฏิบัติการและระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารที่เปลี่ยนเที่ยวบินเป็นการเฉพาะแล้ว
สุวรรณภูมิเปิดใช้อาคารปฏิบัติการและระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารที่เปลี่ยนเที่ยวบินเป็นการเฉพาะแล้ว
นายประพนธ์ ปัทมกิจสกุล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) มีจำนวนกระเป๋าผู้โดยสารเปลี่ยนเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้นถึง ร้อยละ 20 ของจำนวนกระเป๋าผู้โดยสารขาออกทั้งหมด หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 13,000 ใบ ดังนั้น เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการขนถ่ายกระเป๋าสัมภาระและลดความคับคั่งในระบบลำเลียงสัมภาระของอาคารผู้โดยสารหรือ Main Terminal Building (MTB) ทสภ. จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารและระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระสำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนเที่ยวบินเป็นการเฉพาะ หรือ Transfer Baggage Terminal (TBT) ตั้งแต่ปลายปี 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งการก่อสร้างอาคาร TBT ได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้ทำการทดลองใช้งานระบบก่อนเปิดใช้งานจริงตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 ซึ่งการเปิดใช้งานอาคาร TBT ดังกล่าวนอกจากจะช่วยเพิ่มศักยภาพและลดความแออัดในการขนถ่ายสัมภาระผู้โดยสารในอาคาร MTB หลังปัจจุบันแล้ว ยังจะช่วยลดระยะเวลาการขนถ่ายสัมภาระในการต่อเครื่องจากเดิมเฉลี่ยประมาณ 75 นาทีเหลือเพียง 60 นาที ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของ ทสภ. ให้สามารถแข่งขันกับท่าอากาศยานอื่นๆ ได้ทั่วโลก
นายประพนธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อาคาร TBT ได้รับการออกแบบให้เป็นอาคาร 2 ชั้น อยู่เหนืออุโมงค์ South Airside Tunnel ระหว่างอาคารเทียบเครื่องบิน C, D และ E และมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 12,550 ตารางเมตร ซึ่งภายในอาคารประกอบด้วยพื้นที่ระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ พื้นที่ส่วนปฏิบัติการ และพื้นที่ห้องเครื่อง ซึ่งระบบตรวจสอบและคัดแยกกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารเปลี่ยนเที่ยวบินในอาคาร TBT จะมีระบบเช่นเดียวกันกับระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระในอาคาร MTB คือ มีเครื่องเอ็กซเรย์กระเป๋า CT Scan แบบระบบภาพ 3 มิติ, ระบบตรวจสอบกระเป๋าแบบ In-line Screening, ห้องตรวจดูภาพจากกระเป๋า Onscreening Room และห้องตรวจวัตถุระเบิด Baggage Inspection Room ซึ่งมีศักยภาพและความรวดเร็วในการขนส่งสัมภาระผู้โดยสารเปลี่ยนเที่ยวบินได้มากถึง 66 ใบต่อนาที
สำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางผ่าน ทสภ. ขอความร่วมมือปฏิบัติตามข้อกำหนดการนำของเหลว เจล สเปรย์ขึ้นเครื่องด้วย หากผู้โดยสารมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ AOT Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง
**ภาพประกอบเนื้อหาข่าว**


