
แบงก์ชาติลุยจีบ‘พม่า-ลาว’
จับมือทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินทวิภาคี ตั้งเป้าหนุนการค้าและลงทุนขยายตัว
จับมือทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินทวิภาคี ตั้งเป้าหนุนการค้าและลงทุนขยายตัว
ธปท.คุยพม่าลาว แลกเปลี่ยนเงิน 2 ประเทศ พร้อมเจรจาต่อสัญญาจีน หนุนการค้าการลงทุน
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.มีแนวคิดที่จะเจรจากับธนาคารกลางประเทศพม่าและลาว เพื่อขยายข้อตกลงทวิภาคีการแลกเปลี่ยนเงินสกุลท้องถิ่น รองรับธุรกรรมการค้าระหว่างไทยกับเพื่อนบ้านเหล่านี้ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยปัจจุบันธนาคารกลางพม่าและลาวอยู่ระหว่างพิจารณาในรายละเอียดและเงื่อนไข รวมทั้งขั้นตอนการคิดดอกเบี้ยต่างๆ ที่ไทยเสนอไปอยู่
“ระหว่างนี้ที่ 2 ประเทศนี้ใช้สกุลเงินบาทอยู่ ธปท.ก็จะช่วยอำนวยความสะดวก เพื่อให้ไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินที่ 3 หรือสกุลหลักจนเกินไป โดยคนที่เป็นห่วงว่าสกุลเงินท้องถิ่นเหล่านี้จะมีไม่เพียงพอนั้นส่วนใหญ่จะเป็นธนาคารพาณิชย์ ที่ผ่านมาไทยส่งเสริมให้พม่าใช้เงินบาท แต่หากวันหนึ่งพม่าบอกว่าขาดสกุลเงินบาท ก็สามารถไปขอกู้จากธนาคารกลางพม่าได้ ธนาคารกลางพม่าก็มาขอกู้ไทยได้ ทำให้เงินบาทไม่ขาดตลาดมีเพียงพอที่รองรับความต้องการของนักลงทุนที่ค้าขายกันกว้างขวางขึ้น” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังอยู่ระหว่างการหารือกับรัฐบาลจีน เพื่อขอต่ออายุข้อตกลงทวิภาคีการแลกเปลี่ยนเงินสกุลท้องถิ่นบาทกับหยวน ที่จะหมดอายุในวันที่ 22 ธ.ค. 2557 ออกไปอีก 3 ปี ภายใต้วงเงินเดิม คือ 7 หมื่นล้านหยวน หรือประมาณ 3 แสนกว่าล้านบาท เพราะเป็นวงเงินที่ยังเพียงพออยู่ โดยสัญญาดังกล่าวมีอายุ 3 ปี นับตั้งแต่ ธปท.ลงนามกับธนาคารกลางจีน เมื่อปี 2555
สำหรับข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจ และธนาคารพาณิชย์ของทั้งสองประเทศ ว่าเงินบาทและเงินหยวนจะมีเพียงพอที่จะรองรับการค้า การลงทุน เพราะหากประเทศใดประเทศหนึ่งขาดสกุลเงินของอีกประเทศ เช่น ไทยขาดหยวน หรือจีนขาดเงินบาท ธนาคารกลางของจีน และ ธปท.จะมีเงินสกุลเหล่านี้สำรองไว้ให้อย่างเพียงพอ หากขาดแคลนก็มากู้ยืมได้ เป็นต้น
“ข้อตกลงนี้มีไว้เพื่อจะบอกภาคธุรกิจเอกชนว่า ธนาคารกลางทั้งสองแห่งมีความพร้อม หากจีนขาดเงินบาท ธปท.ก็จะให้สกุลเงินบาทกับจีน จีนก็จะให้หยวนกับไทย เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วก็คืน ซึ่งก็มีการคิดดอกเบี้ย แต่ข้อตกลงดังกล่าวจะใช้ในกรณีฉุกเฉิน” นายประสาร กล่าว
ทั้งนี้ การใช้สกุลท้องถิ่นระหว่างกันจะช่วยรองรับการขยายตัวของการค้าและการลงทุนในภูมิภาคที่กำลังเติบโตมากขึ้น และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของการใช้เงินสกุลที่สามในการแลกเปลี่ยนอย่างเงินเหรียญสหรัฐได้ด้วย เพราะสามารถใช้บาทและหยวนค้าขายกันได้โดยตรง







