
อิฐภราดรรวยได้ด้วยดินล้านนา
ด้วยเอกลักษณะเฉพาะของดินในแถบภาคเหนือของประเทศที่เมื่อนำมาขึ้นรูปเป็นภาชนะประเภทต่างๆ
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ด้วยเอกลักษณะเฉพาะของดินในแถบภาคเหนือของประเทศที่เมื่อนำมาขึ้นรูปเป็นภาชนะประเภทต่างๆ โดยเฉพาะการทำอิฐฉาบ กระเบื้องธรรมชาติ หรือกระเบื้องเคลือบ ผ่านกระบวนการเผาเพื่อคงรูปผลิตภัณฑ์ ก่อนนำไปใช้ประโยชน์ตกแต่งที่อยู่อาศัย เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะอิฐกระเบื้องดินเผาจากล้านนา เมื่อโดนน้ำจะส่งกลิ่นหอมออกมาเป็นกลิ่นดินธรรมชาติ ที่หาไม่ได้จากแหล่งดินในภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศเป็นเสน่ห์เฉพาะของผลิตภัณฑ์ดินเผาล้านนา
นงนุช เชิดชูตระกูลทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อิฐภราดร เล่าว่า ครอบครัวทำธุรกิจรับจ้างขนส่งอิฐไปยังที่ต่างๆ จากแหล่งผลิตในระแวกหมู่บ้านราว 30 ปีก่อน จึงมาต่อยอดธุรกิจด้วยการตัดสินใจใช้เงินลงทุนราว 3 หมื่นบาท ซื้อเครื่องจักรมาผลิตอิฐเพื่อทำตลาดเอง
ในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งราวปี 25402541 บริษัทจึงได้หันมาทำตลาดสินค้าอิฐเพื่อการตกแต่ง พร้อมหาตลาดใหม่แทนอิฐฉาบแบบเดิม ซึ่งช่วงนั้นมียอดขายเพิ่มสูงขึ้นถึง 33% แต่จากนั้นในปี 2555 บริษัทได้ตัดสินใจหยุดผลิตสินค้าและหันมาทำตลาดในรูปแบบซื้อมาขายไป (เทรดดิ้ง)
“เจอปัญหาวัตถุดิบหายากทำให้มีต้นทุนสูง จึงไปรับผลิตภัณฑ์อิฐฉาบ อิฐตกแต่ง กระเบื้องเคลือบ จากกลุ่มผู้ผลิตต่างๆ ในภาคเหนือ ทั้ง จ.เชียงใหม่ ลำปาง นครราชสีมา ราว 30 ราย ทั้งกลุ่มผู้ผลิตชาวบ้าน โรงงานขนาดเล็ก จนถึงโรงงานขนาดใหญ่”
นงนุช ย้ำว่า การเป็นผู้ทำตลาดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่สามารถควบคุมการผลิตที่แน่ชัดได้จากหลายปัจจัย อาทิ วัตถุดิบ สภาพภูมิอากาศ เพราะผลิตภัณฑ์อิฐ กระเบื้องดินเผา ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าทำด้วยมือ หรือแฮนด์เมดจริงๆ โดยงานแต่ละชิ้นทั้งที่มีแบบเดียวกันอาจจะไม่เหมือนกัน 100% ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ของผลิตภัณฑ์อิฐภราดรไปโดยปริยาย
ปัจจุบันความต้องการผลิตภัณฑ์อิฐ กระเบื้อง ใน จ.เชียงใหม่ มีแนวโน้มเติบโตสูง ตามความต้องการของธุรกิจรายใหม่ๆ โดยเฉพะร้านกาแฟที่เข้ามาเปิดให้บริการจำนวนมาก ซึ่งมักออกแบบตกแต่งภายในให้กับท้องถิ่นเมืองเชียงใหม่ตามไปด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังส่งออกไปยังจีน อินเดีย และลาว ด้วย โดยเฉพาะในประเทศอินเดียที่มีกลุ่มธุรกิจโรงแรมเมย์แฟร์ (Mayfair) ได้นำผลิตภัณฑ์กระเบื้อง อิฐตกแต่งประเภทต่างๆ ไปใช้ในงานตกแต่งภายในกลุ่มโรงแรมดังกล่าวด้วย
ในปี 2558 บริษัทยังวางแผนขยายธุรกิจอิฐภราดรในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการสาขาแรกในกรุงเทพฯ เพื่อรองรับความต้องการของคนเมืองหลวงที่ต้องการผลิตภัณฑ์อิฐ กระเบื้องตกแต่งภายใต้ตราอิฐภราดร ที่ต่อไป หากลูกค้าคนกรุงเทพฯ ต้องการซื้ออิฐภราดร ก็จะได้ราคาเดียวกับที่หน้าร้านในเชียงใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางขึ้นมา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปขั้นตอนและแผนธุรกิจแฟรนไชส์ที่ชัดเจน พร้อมกันนี้ และอยู่ระหว่างพิจารณาทำเลเพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตสินค้าเพิ่มเติมภายใต้ตราอิฐภราดร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการันตีคุณภาพสินค้าที่มีมาช้านาน ไปพร้อมกับการพัฒนาวิจัย(อาร์แอนด์ดี)คุณภาพสินค้าอิฐที่ปราศจากเชื้อรา เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้ในอนาคต จากปัจจุบัน วางราคาอิฐราว 700-800 บาทต่อตร.ม. และกระเบื้องราว 1,000 บาทต่อตร.ม.
สำหรับโรงงานดังกล่าวคาดใช้งบราว 20 ล้านบาท พร้อมดำเนินการผลิตได้ในปี2559 ซึ่งจะสอดคล้องกับการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ของอิฐภราดร ด้วย โดยปัจจุบันกิจการใช้ทุนหมุนเวียนราว23 ล้านบาท และมียอดขายราว 20 ล้านบาทต่อปี
สำหรับปีนี้บริษัทคาดว่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท และมีอัตราเติบโตต่อเนื่องทุกปี







