
8 รายการสามัญในชีวิตที่เราอาจจ่ายเกิน
ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณเติบโตในระดับที่ช้า ไม่ว่าจะเป็นเพราะภาระหนี้ที่สูงหรือค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้น เช่น ค่าพลังงาน อาหาร ฯลฯ แต่แม้ว่าคนไทยเราอาจจะใช้จ่ายลดลง แต่ก็อาจมีค่าใช้จ่ายบางอย่างของคนไทยจ่ายมากเกินไป แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นแต่ถ้าเราจ่ายมากเกินไป ก็จะเป็นการจ่ายเกินจำเป็น ย่อมไม่ดีต่อความมั่นคงทางการเงินของเราแน่ๆ ดังนั้นหากเราอยากมีความมั่นคงทางการเงิน ก็คงต้องรีบกลับมาจริงจังกับเรื่องเงินของเรา ว่าทำอย่างไรจะมีรายได้เพิ่มขึ้น หรือทำอย่างไรเงินในกระเป๋าจะปลอดภัย ไม่หายไปกับสิ่งที่ไม่ควรเสีย
ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณเติบโตในระดับที่ช้า ไม่ว่าจะเป็นเพราะภาระหนี้ที่สูงหรือค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้น เช่น ค่าพลังงาน อาหาร ฯลฯ แต่แม้ว่าคนไทยเราอาจจะใช้จ่ายลดลง แต่ก็อาจมีค่าใช้จ่ายบางอย่างของคนไทยจ่ายมากเกินไป แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นแต่ถ้าเราจ่ายมากเกินไป ก็จะเป็นการจ่ายเกินจำเป็น ย่อมไม่ดีต่อความมั่นคงทางการเงินของเราแน่ๆ ดังนั้นหากเราอยากมีความมั่นคงทางการเงิน ก็คงต้องรีบกลับมาจริงจังกับเรื่องเงินของเรา ว่าทำอย่างไรจะมีรายได้เพิ่มขึ้น หรือทำอย่างไรเงินในกระเป๋าจะปลอดภัย ไม่หายไปกับสิ่งที่ไม่ควรเสีย
Warren Buffett ปรมาจารย์ด้านการลงทุนเคยกล่าวไว้ว่า
If you buy things you don’t need, soon you will have to sell things you need.
ดังนั้น การดูแลเรื่องการใช้จ่ายก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่เชื่อมั้ย หลายๆ ค่าใช้จ่าย เราเองก็ยังจ่ายเกินโดยไม่ได้ฉุกคิด วันนี้เลยอยากเอา 8 รายการสามัญในชีวิตที่เราอาจจ่ายเกินที่ผมได้มาจากสรรพากรสาส์นมาแชร์กันดูครับ
1.ภาษีเงินได้ รู้มั้ยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเมืองไทยแพงอันดับต้นๆ ใน AEC ต่อให้ลดเหลือ 35% ก็ยังแพงมากอยู่ดี ถ้าเรารู้สึกว่าเราเสียภาษีเยอะเกิน เราก็ต้องมาดูกันว่าเราทำในเรื่องดังต่อไปนี้หรือเปล่า ถ้าใช่ เปลี่ยนบ้างก็ได้นะ
(1) ทุกปีขอภาษีคืนเยอะไปหรือเปล่า ถ้าใช่ รู้หรือเปล่า เมื่อไรก็ตามที่เราขอภาษีคืน เท่ากับเราให้กรมสรรพากรยืมเงินใช้โดยเราไม่คิดดอกเบี้ย ก็ถ้าเราสามารถขอภาษีคืนได้ แสดงว่าภาษีนั้นเป็นเงินของเราที่จ่ายให้กรมสรรพากรมากเกินไป สมมติเราจ่ายภาษีในเดือน ม.ค. เกินไป 5,000 บาท กว่าเราจะได้คืน ก็อาจเดือน มี.ค.ปีถัดไป รวม 14 เดือน ตอนกรมสรรพากรคืนก็คืนเฉพาะภาษีที่จ่ายเกินไม่เห็นให้ดอกเบี้ยเราเลย ดังนั้นครั้งต่อไปอย่าจ่ายภาษีเยอะเกินไปนะ วิธีง่ายๆ บอกฝ่ายบุคคลให้ถูกต้องครบถ้วนว่า เราจะมีค่าลดหย่อนต่างๆ เท่าไหร่ให้ครบ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องจ่ายภาษีเกิน มีเงินเหลือในแต่ละเดือนไปลงทุนในสิ่งที่ให้ผลตอบแทนที่มากกว่า
(2) ใช้สิทธิลดหย่อนครบถ้วนยัง วิธีง่ายๆ ที่จะประหยัดภาษี คือ การใช้สิทธิลดหย่อน เช่น ซื้อ RMF, LTF, ประกันชีวิต หรือบริจาค เป็นต้น รู้หรือเปล่า ถ้าฐานภาษีอยู่ 20% ทุก 10,000 บาท ที่ซื้อ RMF, LTF หรือประกันชีวิต นอกจากเราจะได้ประโยชน์เองแล้ว กรมสรรพากรยังให้แต๊ะเอียเราอีก 2,000 บาท
2.บ้านที่อยู่อาศัย บ้านแม้จะเป็นสิ่งจำเป็น แต่ถ้ามีมากเกินไปก็จะเป็นสิ่งเกินจำเป็น ผมเคยเจอท่านหนึ่งมีบ้าน 3 หลัง โดยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย 2 หลัง แทนที่มีบ้านจะยิ่งมั่งคั่ง กลับยิ่งจน เพราะมีค่าใช้จ่ายมากมาย ไม่ว่า ค่าส่วนกลาง ค่ารักษามิเตอร์ ฯลฯ ดังนั้นถ้าซื้อบ้านเพื่ออยู่ ก็โอเค แต่ถ้าซื้อเพื่อกะขายต่อ ก็ระวังด้วย เพราะบ้านซื้อง่าย ขายยาก ยิ่งทำเลไม่ดี โอกาสขายได้ยิ่งน้อย โอกาสกำไรยิ่งน้อยใหญ่
3.รถยนต์ ชื่อก็บอกแล้ว “ลด” ทันทีที่ถอยรถออกจากศูนย์ ราคาก็ลดหายไปทันที แถมค่าใช้จ่ายที่มาพร้อมกับรถก็มีมาก ไม่ว่าจะเป็น ค่าบำรุงรักษา ค่าประกัน ค่าที่จอด ค่าน้ำมัน ฯลฯ ยิ่งถ้าใครผ่อน ดอกเบี้ยก็เป็นค่าใช้จ่ายที่มาก อย่าไปหลงกับโปรโมชั่น หรือดอกเบี้ยถูกๆ (รู้มั้ยดอกเบี้ยที่เราจ่ายจริง จะประมาณ 2 เท่าของดอกเบี้ยที่ธนาคารบอกเรา เช่น ถ้าดอกเบี้ยที่ธนาคารบอกเรา คือ 2% ดอกเบี้ยที่เราจ่ายจริงจะประมาณ 4% เพราะการผ่อนรถ ต้นลด ดอกไม่ลดตามเงินต้นนะ) ซื้อรถเพราะจำเป็นดีกว่าเพราะโปรโมชั่น ไม่งั้นเราอาจต้องเอา “รถแลกบ้าน” เหมือนหลายคนที่ผ่อนรถเพราะโครงการ “รถคันแรก” จนทำให้เสียโอกาสการผ่อนบ้านที่จำเป็นกว่า
4.อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นี่แหละตัวดีที่ดูดเงินออกจากกระเป๋าของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Smart Phone, Tablet ฯลฯ ไม่แน่ใจว่า ทุกวันนี้ที่ซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง Smart Phone เราซื้อเพราะเป็นแฟชั่น หรือซื้อเพราะใช้งานมันจริงๆ เพราะถ้าซื้อเพื่อใช้งาน Smart Phone เครื่องหนึ่งอาจใช้ได้หลายปี แต่ถ้าซื้อเพราะเป็นแฟชั่น คงใช้แค่ไม่กี่เดือน เพราะรุ่นใหม่ๆ ออกมาแทบทุกเดือน ทำให้ราคารุ่นเก่าตกลงอย่างรวดเร็วทั้งที่ฟังก์ชั่นไม่ด้อยกว่ากันเท่าไหร่ ถ้าจำเป็นต้องใช้เครื่องที่มีฟังก์ชั่นเยอะ ลองมองเครื่องตกรุ่นที่ฟังก์ชั่นตรงใจดีกว่ามั้ย
5.บัตรเครดิต ช่วงนี้เห็นหลายธนาคารโฆษณาออกโปรโมชั่นการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตกันยกใหญ่ รู้เปล่าว่า ดอกเบี้ยบัตรเครดิตโหดมาก 1820% เลยทีเดียว แต่แม้ดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะสูงขนาดนี้ หลายคนก็ชอบที่จะเลือกชำระขั้นต่ำ ทำให้เป็นหนี้บัตรเครดิต จ่ายดอกเบี้ยมากอย่างนี้แล้วชีวิตจะมีความสุขได้อย่างไร
6.ประกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต หรือประกันภัยล้วนเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งจำเป็น เพราะช่วยเรากรณีมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น แต่ถ้ามีมากเกินไป ก็เกินจำเป็น หรือถ้าซื้อประกันไม่เหมาะสม ก็อาจเป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุ อย่างเช่น การซื้อประกันเพิ่มเวลาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ๆ เพราะแม้จะช่วยเราประหยัดค่าซ่อมหากเครื่องเสียหาย แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้เครื่องรุ่นใหม่ ราคาถูกกว่า ดีกว่า จนอาจจะคุ้มกว่าถ้าซื้อใหม่ ดังนั้นถ้าครั้งหน้าจะซื้อประกัน น่าจะเลือกซื้อเฉพาะกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจแทนที่ได้ง่าย
7.ผลิตภัณฑ์ธนาคาร หลายผลิตภัณฑ์ไม่ได้มีแค่ดอกเบี้ยให้เราอย่างเดียว แต่แถมค่าธรรมเนียมให้เราด้วย เช่น SMS alert, ค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชี, ค่าธรรมเนียมการกดเงินจากตู้ ATM, ค่าธรรมเนียมการถอนต่างสำนักหักบัญชี ฯลฯ การเรียนรู้เงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ธนาคาร และใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับเราจริงๆ ก็จะช่วยประหยัดค่าธรรมเนียมเหล่านี้ได้นะ
8.สินค้าแบรนด์เนม อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ สินค้าแบรนด์เนมจะมีราคาแพงเสมอ แต่หลายอย่างการซื้อสินค้าแบรนด์เนมก็มีความสบายใจกว่า เพราะมั่นใจในคุณภาพ เช่น อาจจะเป็นยาเฉพาะทางบางประเภท หรือผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น แต่หลายอย่างเหมือนกันที่เราสามารถหาสินค้าทดแทนที่มีคุณภาพไม่ต่างกันแต่ราคาต่างกันลิบลับ อย่างเช่น ยาบางประเภท กาแฟ เป็นต้น ถ้าเรารู้จักเลือกใช้สินค้าแบรนด์เนมเฉพาะที่จำเป็น ก็จะช่วยเราประหยัดค่าใช้จ่ายที่เกินจำเป็นได้เยอะ
รู้กันอย่างนี้แล้ว เสียเวลากันสักนิดตรวจสอบการใช้จ่ายของเรา อันไหนจ่ายเกินไปบ้าง ก็ลดซะนะ แค่นี้เราก็มีเงินออมเก็บเพิ่มขึ้น
ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเองและได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ สำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจทุกท่าน ขอเชิญไปกด Like ได้ที่ Page ใน Facebook ชื่อ Sathit Bovornsantisuth CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...ขอบคุณครับ







