posttoday
หนุนโรงพยาบาลเดี่ยวปรับตัว

หนุนโรงพยาบาลเดี่ยวปรับตัว

13 พฤศจิกายน 2557

หลายปีที่ผ่านมาจะเห็นเครือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ดึงโรงพยาบาลเอกชนรายเดี่ยวๆ

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

หลายปีที่ผ่านมาจะเห็นเครือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ดึงโรงพยาบาลเอกชนรายเดี่ยวๆ มาอยู่เครือเดียวกันต่อเนื่อง และคาดว่าจะเป็นเช่นนี้ไปอีก ทำให้โรงพยาบาลเอกชนรายเดี่ยวต้องปรับตัวให้อยู่รอดได้ ขณะที่ภาพรวมโรงพยาบาลไทยก็ต้องปรับตัวรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ด้วย

เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล (บีซีเอช) นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชนไทย และประธานสมาคมโรงพยาบาลแห่งอาเซียน เปิดเผยว่า ปัจจุบันไทยมีโรงพยาบาลเอกชนที่มีโรงพยาบาลแห่งเดียว 322 แห่ง 3.6 หมื่นเตียง คิดเป็น 30% ของจำนวนเตียงในโรงพยาบาลเอกชนทั้งหมด กลุ่มนี้ 50-60% มีแนวโน้มรวมอยู่ในเครือโรงพยาบาลใหญ่มากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากนายแพทย์ ซึ่งเคยเป็นผู้สร้างโรงพยาบาลโอนถ่ายกิจการสู่รุ่นลูก แต่รุ่นลูกไม่ได้เชี่ยวชาญด้านนี้ เกรงว่าจะแข่งขันลำบากจึงเข้าร่วมเครือใหญ่ ซึ่งเครือใหญ่อีก 5 ปีข้างหน้า ก็จะยังมี 3-4 กลุ่มเดิมที่แข็งแกร่งที่สุด หารายใหม่ขยายตัวเป็นเครือใหญ่เช่นนี้ยากแล้ว

สำหรับโรงพยาบาล เอกชนรายเดี่ยวที่เหลืออยู่และยังต้องการเป็นโรงพยาบาลเดี่ยวต่อไป ก็มีแนวทางอยู่รอดได้แต่ต้องปรับตัว หากสถานภาพโรงพยาบาลยังมีแนวโน้มดีให้เพิ่มบริการที่ตอบสนองความต้องการใหม่ๆ ของผู้บริโภคได้ดีขึ้น หรือมุ่งเป็นโรงพยาบาลรายเดี่ยวที่เจาะกลุ่มผู้ใช้บริการความต้องการเฉพาะ (นิช มาร์เก็ต) ไปเลยก็จะอยู่ได้ อย่างไรก็ตามสมาคมโรงพยาบาลเอกชนไทยพยายามช่วยเหลือโรงพยาบาลเดี่ยวที่ต้องการอยู่รอดอีกทาง โดยเป็นพี่เลี้ยงฝึกอบรมบริหารจัดการธุรกิจโรงพยาบาลให้

ขณะเดียวกัน สมาคมยังให้ความสำคัญเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนลดภาระการลงทุนทางการแพทย์ของภาครัฐ ให้เอกชนช่วยดูแลกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้บริการหลักประกันกองทุนต่างๆ แทนที่ภาครัฐต้องลงทุนสร้างโรงพยาบาลใหม่เอง

สำหรับสิ่งที่จะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตของโรงพยาบาลไทยคือ ปริมาณงานเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณบุคลากรเพิ่มไม่ทัน แพทย์ส่วนหนึ่งที่จบออกมาหันไปทำงานกับคลินิกความงามมากกว่าจะศึกษาจนเป็นผู้เชี่ยวชาญเทคนิคการแพทย์เฉพาะด้านอื่นๆ จากสถิติปีที่ผ่านมาพบว่า ไทยเป็นประเทศที่มีแพทย์ต่อคนไข้ต่ำกว่ามาตรฐานมาก อยู่ที่ 3.9 คน/คนไข้ 1 หมื่นคน เป็นอันดับ 7 ในอาเซียน ขณะที่สิงคโปร์มีแพทย์ 18.9 คน/คนไข้ 1 หมื่นคน ใกล้เกณฑ์มาตรฐานประเทศพัฒนาแล้วที่จะมีแพทย์ 20 คน/คนไข้ 1 หมื่นคน สะท้อนว่าไทยต้องผลิตบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มขึ้นกว่าปัจจุบันให้จำนวนแพทย์ต่อคนไข้สูงขึ้น แนวทางพัฒนาบุคลากรการแพทย์ต้องไม่คิดคำนวณให้เพียงพอเฉพาะคนไทย แต่ต้องเพียงพอความต้องการประชากรในอาเซียน 620 ล้านคน และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังภูมิภาคนี้

“ปัจจุบันประชากรไทยมี 68 ล้านคน แรงงานประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาทำงานในไทยอีก 10 ล้านคน นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยอีกปีละกว่า 25 ล้านคน รวมแล้วแต่ละปีมีคนที่อยู่ในไทยและอาจมีความต้องการทางการแพทย์กว่า 100 ล้านคน ภาครัฐต้องเตรียมพร้อมบุคลากรการแพทย์ให้เพียงพอทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะคนไทยอย่างเดียว” เฉลิม กล่าว

เมื่อการแพทย์ของไทยมีชื่อเสียงโด่งดัง โดยเฉพาะด้านการให้บริการของคนไทยเอง ไทยจึงต้องเตรียมพร้อมรองรับความต้องการของทั้งคนไทยและต่างชาติที่จะหลั่งไหลเข้ามา โดยเฉพาะโรงพยาบาลรายเดี่ยวๆ ที่มีความสามารถต่อรองซื้อวัตถุดิบทางการแพทย์ต่ำกว่าโรงพยาบาลเครือใหญ่ และมีความสามารถดึงดูดบุคลากรการแพทย์ได้น้อยกว่า จะเกิดปัญหาขึ้นได้หากไม่เตรียมบริหารจัดการโรงพยาบาลให้พร้อมเพียงพอ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย