
ยุคทองผู้ส่งออก
ในขณะนี้กำลังมีการตั้งคำถามอย่างหนักว่ากลไกค้าข้าวในตลาดอยู่ในภาวะผิดปกติหรือไม่ เพราะล่าสุดราคาข้าวเปลือกหอมมะลิแห้ง (ความชื้นไม่เกิน 15%) ราคาตกลงเหลือ 1.2-1.3 หมื่นบาท/ตัน แต่ถ้าเป็นข้าวเปลือกเกี่ยวสดราคาจะลดลงเหลือ 1.05 หมื่นบาท/ตันเท่านั้น
ในขณะนี้กำลังมีการตั้งคำถามอย่างหนักว่ากลไกค้าข้าวในตลาดอยู่ในภาวะผิดปกติหรือไม่ เพราะล่าสุดราคาข้าวเปลือกหอมมะลิแห้ง (ความชื้นไม่เกิน 15%) ราคาตกลงเหลือ 1.2-1.3 หมื่นบาท/ตัน แต่ถ้าเป็นข้าวเปลือกเกี่ยวสดราคาจะลดลงเหลือ 1.05 หมื่นบาท/ตันเท่านั้น
เช่นเดียวกับข้าวเปลือกเหนียวความชื้นไม่เกิน 15% ราคาอยู่ที่ 9,000-1 หมื่นบาท/ตัน แต่ถ้าเป็นข้าวเกี่ยวสดราคาอยู่ที่ 8,000 บาท/ตัน
นิพนธ์ วงษ์ตระหว่าน นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย ระบุว่า วันนี้ผู้ส่งออกไทยรับออร์เดอร์ข้าวหอมมะลิมาจากต่างประเทศที่ระดับไม่ต่ำกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือถ้าคิดเป็นราคาข้าวเปลือกหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วจะอยู่ที่ 1.81.9 หมื่นบาท/ตัน ส่งผลให้ผู้ส่งออกมีกำไรจากการส่งออกข้าวหอมมะลิประมาณ 9,000 บาท/ตัน
แม้กระทั่งราคาข้าวเหนียวก็อยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกันนัก โดยถูกกดราคาลงมามาก ทำให้ผู้ส่งออกมีกำไรสูงถึง 3,000 บาท/ตัน
“ตามปกติผู้ส่งออกมีกำไร 500-1,000 บาท/ตัน อันนี้ไม่ว่ากัน เพราะเป็นกำไรปกติ แต่ตอนนี้สถานการณ์มันผิดปกติ ผู้ส่งออกมีกำไรมากเกินไปโดยที่กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้เข้าไปจัดการใดๆ และยิ่งตอนนี้มีกระแสข่าวว่าผู้ส่งออกเข้าไปมีบทบาทอย่างมากในการเสนอแนะทั้งในแง่นโยบายและในแง่ปฏิบัติกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิด”
ข้อสังเกตของ นิพนธ์ สอดคล้องกับข้อมูลจากแหล่งข่าวในกระทรวงพาณิชย์ที่ว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ แต่งตั้งผู้ส่งออกเป็นที่ปรึกษาด้านข้าว ทั้งในตำแหน่งที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการและที่ปรึกษาส่วนตัว ส่งผลให้ผู้ส่งออกเข้ามากุมนโยบายบริหารข้าวแทบจะทั้งหมด
เห็นได้จากคำสั่งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ครั้งที่ 1/2557 ลงวันที่ 25 มิ.ย. 2557 มีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน นบข. 3 คน โดย 1 ในนั้น คือ ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย นอกจากนี้ พล.อ.ฉัตรชัย ยังแต่งตั้ง พงษ์ชัย เศรษฐีวรรณ กรรมการบริหารสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย และเจ้าของบริษัท ไทยฟ้า (2511) ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ 1 ใน 10 ของประเทศ เป็นที่ปรึกษาอีกด้วย







