posttoday
เกาะกระแสผู้บริโภคความท้าทายยุคไร้พรมแดน

เกาะกระแสผู้บริโภคความท้าทายยุคไร้พรมแดน

11 พฤศจิกายน 2557

เหลือเวลาอีก 415 วัน ประเทศไทยก็จะก้าวสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ปี 2558 จากการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้นักการตลาดต้องปรับเพื่อรับมือการแข่งขันที่จะเร็วและรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการปรับเพื่อรักษาฐานลูกค้าในประเทศเดิม ซึ่งต้องใช้การศึกษากลุ่มเป้าหมายให้ได้ลึกซึ้งมากที่สุด จากการเปิดเสรีดังกล่าวที่คู่แข่งต่างประเทศเข้ามาลงทุนขยายธุรกิจในไทยมากขึ้น

เหลือเวลาอีก 415 วัน ประเทศไทยก็จะก้าวสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ปี 2558 จากการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้นักการตลาดต้องปรับเพื่อรับมือการแข่งขันที่จะเร็วและรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการปรับเพื่อรักษาฐานลูกค้าในประเทศเดิม ซึ่งต้องใช้การศึกษากลุ่มเป้าหมายให้ได้ลึกซึ้งมากที่สุด จากการเปิดเสรีดังกล่าวที่คู่แข่งต่างประเทศเข้ามาลงทุนขยายธุรกิจในไทยมากขึ้น

จากแนวโน้มดังกล่าว นักการตลาดควรสร้างฐานลูกค้าในประเทศให้แข็งแกร่ง ด้วยการหันมาศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค แต่ละกลุ่มเป้าหมายให้ลึกซึ้ง เพื่อเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งต้องการที่แตกต่างกันไป

อนุวัตร เฉลิมไชย นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหลืออีกเพียงปีกว่าๆ เออีซีก็จะมาถึง ท่ามกลางโอกาสที่กำลังจะเกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยง เพราะการเปิดพรมแดนจะทำให้สินค้าไทยถูกชิงส่วนแบ่งตลาด เนื่องจากผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละประเทศที่มีความแตกต่างกัน ส่งผลให้นักการตลาดต้องทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง เพราะโอกาสทางตลาดอาจเป็นเหมือนมีเส้นผมบังภูเขา หากนักการตลาดคิดกลยุทธ์ตรงความต้องการผู้บริโภค ก็จะสู้คู่แข่งที่ข้ามผ่านพรมแดนและต่างประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจจากแต่ละประเทศมาได้

อนุวัตร กล่าวว่า จากศักยภาพความแข็งแกร่งของสินค้าไทย มั่นใจว่าผู้ประกอบการไทยยังสามารถผลิตสินค้าและทำตลาดเพื่อผู้บริโภคคนไทยได้ดีที่สุด เพียงแต่ตัวนักการตลาดต้องมีคอนซูเมอร์อินไซด์ ว่าผู้บริโภคต้องการอะไร และเทรนด์อะไรกำลังจะมา

ผลการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค พบว่า เทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นและต้องจับตามี 3 เทรนด์ คือ 1.เทรนด์จิดิทัล เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคใช้สมาร์ทโฟนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ดังนั้นการทำตลาดนับจากนี้ ควรนำกลยุทธ์ดิจิทัลเข้าไปใช้ด้วย 2.เทรนด์สังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากฐานประชากรของไทยในอนาคตจะมีกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่ากลุ่มอื่นๆ นักการตลาดควรหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้า เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว

ส่วนเทรนด์ที่ 3 คือ เทรนด์เจเนอเรชั่นวาย ซึ่งในอนาคตกลุ่มดังกล่าวจะเข้ามาแทนที่กลุ่มเจนฯ เอกซ์ นักการตลาดควรหันมาศึกษาพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายนี้ว่าต้องการอะไร เพื่อให้ตลาดที่ทำออกมาตรงใจผู้บริโภคกลุ่มนี้มากที่สุด

ดั่งใจถวิล อนันตชัย นายกสมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ และผลวิจัยสามารถแบ่งพฤติกรรมเด่นของผู้บริโภคชาวไทยได้ “5 ส” ประกอบด้วย สะดวก สบาย สนุก สาธุ และสมาย ซึ่งผลวิจัยที่ได้มาดังกล่าวส่งผลให้นักการตลาดเริ่มนำพฤติกรรมดังกล่าวมาปรับใช้ในการทำตลาด

นอกจากจะศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้ว นักการตลาดควรทำความเข้าใจเมกะเทรนด์ที่ผู้บริโภคเป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งแบ่งได้เป็น 6 เทรนด์ คือ 1.ต้องเข้าใจว่าคอนซูเมอร์ต้องการอะไรที่เป็นตัวแทนสินค้า และควรตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างระมัดระวัง เพราะถ้าตอบสนองผิดความต้องการ อาจทำให้แบรนด์เสียหาย

2.ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการอะไรที่เกี่ยวกับการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม 3.ผู้บริโภคต้องการการยอมรับจากสังคม 4.ปัจจุบันเวลาหมุนเร็วทำให้ผู้บริโภคหันมาทำอะไรหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน 5.ผู้บริโภคต้องการความจริงของแบรนด์ และ 6.ผู้บริโภคกลัวตกเทรนด์

หลังจากจับทิศทางพฤติกรรมของผู้บริโภคได้แล้ว สิ่งที่นักการตลาดควรทำนับจากนี้ คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ควบคู่ในการทำการตลาด เพราะปัจจุบันคนรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญกับสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งการทำการตลาดในรูปแบบดังกล่าวควรมีความแม่นยำ

ขณะเดียวกัน การทำการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ไม่ควรเปลี่ยนแปลงแบรนด์และกลยุทธ์บ่อยๆ เพราะจะทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ไม่ได้ และทำให้แบรนด์ไม่มีตัวตน เนื่องจากผู้บริโภคมีความจำสั้น นอกจากนี้ผู้บริโภคยังไม่ชอบชมโฆษณาที่ใช้ระยะเวลานาน หากภายใน 8 วินาที ไม่สามารถทำให้ผู้บริโภคสนใจคอนเทนต์ของโฆษณาชิ้นนั้นได้ ผู้บริโภคจะเปลี่ยนความสนใจไปชมคอนเทนต์อื่นทันที แนวโน้มที่เกิดขึ้นดังกล่าวส่งผลให้นักการตลาดเริ่มปรับแผนหันมาไทอินสินค้ามากขึ้น พร้อมกันนี้นักการตลาดควรสนใจพัฒนาสินค้าเพศที่ 3 เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และต้องการอะไรที่พิเศษ หากนักการตลาดสามารถทำความเข้าใจถึงความต้องการได้จะทำให้เกิดโอกาสทางตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นนักการตลาดหันมาพัฒนาสินค้า เพื่อกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวบ้างแล้ว เห็นได้จากสินค้าในกลุ่มเมโทรเซ็กชวลที่มียอดขายเติบโตเป็นอย่างดี

พรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาด กูเกิล ประเทศไทย กล่าวว่า จากอัตราการใช้สมาร์ทโฟนของคนไทยที่สูงถึง 43 ล้านเครื่อง ส่งผลให้คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตติด 1 ใน 2 ของประชากรทั้งประเทศ และอัตราส่วนเพิ่มต่อเนื่อง นักการตลาดควรสนใจทำตลาดในรูปแบบดิจิทัลคอนเทนต์ ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้มีแค่หนึ่งหน้าจอ นอกจากนี้นักการตลาดควรคิดต่อว่าทำอย่างไรจะให้คอนเทนต์ที่พัฒนาขึ้นมาถูกส่งต่อ เพื่อให้เกิดกระแสสังคม

กรณีศึกษาดังกล่าว หากนักการตลาดสามารถจับจุดพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ การสร้างแบรนด์สินค้าให้เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภค และนำมาซึ่งยอดขายคงไม่ยากในโลกไร้พรมแดน

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย