
ประกันไทยผนึกเอจีแอลลาว
เปิดทางเคลมรถข้ามแดนหนุนโลจิสติกส์เล็งขยายไปเขมรมาเลย์สิงคโปร์รับเออีซี
เปิดทางเคลมรถข้ามแดนหนุนโลจิสติกส์เล็งขยายไปเขมรมาเลย์สิงคโปร์รับเออีซี
ประกันภัยไทยผนึกเอจีแอล ลาว ช่วยเคลมรถข้ามแดน เตรียมขยายไปเขมรมาเลย์ หนุนเออีซี
นายพันธ์เทพ ชัยปริญญา กรรมการ สมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) บริษัท เอจีแอล ประกันภัย ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยในลาว และสมาคมฯ ร่วมหารือกันในประเด็นประกันภัยรถข้ามแดน เพื่อขอให้บริษัท เอจีแอล ช่วยทำเรื่องการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน (เคลม) แก่ลูกค้าไทย ที่นำรถเข้าไปใช้ในลาว ทั้งการขนส่ง และ การท่องเที่ยว โดยจะเริ่มดำเนินการในปี 2558 และจะขยายความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยในกัมพูชา มาเลเซีย และสิงคโปร์ ต่อไป
การดำเนินการครั้งนี้ ทำเพื่อระบบโลจิสติกส์ ที่จะเริ่มมีมากขึ้นหลังจากที่มีการเปิดประชาคมอาเซียน และรองรับกับการขยายความคุ้มครองการประกันภัยขนส่งเพิ่มเติม
ผลการประชุมทางบริษัทเอจีแอล ประกันภัย ตกลงที่จะทำเรื่องเคลมให้ แต่มีข้อแม้ว่ารถที่เข้าไปฝั่งประเทศลาว จะต้องทำประกันภัยรถข้ามแดน หรือบลูการ์ด ที่ปัจจุบันมีบริษัทประกันวินาศภัยไทย 19 แห่งร่วมขาย และต้องซื้อประกันภัยภาคสมัครใจกับบริษัทเอจีแอล เท่านั้น เพื่อทางเอจีแอลจะได้มีข้อมูลของรถแต่ละคัน
นอกจากนี้ จะมีการคิดค่าธรรมเนียมในการทำเคลมต่อราย ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาราคาว่าควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ ส่วนรถที่ซื้อประกันภัย พ.ร.บ.จากไทย ที่ไม่ใช่บลูการ์ด และไม่ได้ซื้อประกันภัยภาคสมัครใจกับบริษัท เอจีแอล ถ้าเกิดเหตุในลาว ทางบริษัทที่รับประกันภัยจะต้องทำเคลมเอง ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจความเสียหาย
เพื่อรองรับระบบโลจิสติกส์ ที่จะเริ่มมีมากขึ้นหลังจากที่มีการเปิดประชาคมอาเซียน และรองรับกับการขยายความคุ้มครองการประกันภัยขนส่งเพิ่มเติม
นายนพดล มีสุขเสมอ คณะกรรมการประกันภัยทางทะเลและโลจิสติกส์ สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ปัจจุบันประกันภัยขนส่งจะให้ความคุ้มครองการขนส่งสินค้าไปใน 3 ประเทศ คือ ลาว พม่า และกัมพูชา ปี 2558 บริษัทประกันวินาศภัย จะขยายความคุ้มครองประกันภัยขนส่งเพิ่มเติมไปถึงเวียดนามและยาวไปถึงจีน และทางใต้จะขยายความคุ้มครองไปมาเลเซียถึงสิงคโปร์เพื่อให้ครอบคลุมการขนส่งสินค้าในอาเซียนในปัจจุบันที่มีการขนส่งทางบกมากขึ้น ซึ่งหลังการเปิดประชาคมอาเซียนจะทำให้การขนส่งระหว่างประเทศมีมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับทางการของแต่ละประเทศ เพื่อให้การขนส่งเป็นไปตามข้อกฎหมายและกฎระเบียบของแต่ละประเทศนั้นๆ







