
เครื่องเขินไทยต่อยอดไอทีเจาะคนรุ่นใหม่
นี่อาจจะเป็นการแปลงโฉมสินค้าหัตถกรรมไทยประเภท “เครื่องเขิน” ครั้งใหญ่ในรอบกว่า 60 ปี
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
นี่อาจจะเป็นการแปลงโฉมสินค้าหัตถกรรมไทยประเภท “เครื่องเขิน” ครั้งใหญ่ในรอบกว่า 60 ปี เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้าของใช้ในบ้านไปสู่ของใช้ในชีวิตประจำวัน และเข้าสู่สินค้าที่คนรุ่นใหม่สามารถใช้ได้ ทั้งสินค้าเคสโทรศัพท์มือถือ เคสไอแพด ไปจนถึงทัมบ์ไดรฟ์
“ชาคริต สุวรรณชมภู” ผู้บริหารห้างหุ้นส่วนจำกัด “วิชัยกุลเครื่องเขิน” (Vichaikul Lacquerware) จาก จ.เชียงใหม่ เป็นทายาทรุ่นที่ 7 ของวิชัยกุลเครื่องเขิน และเข้ามาบริหารแบรนด์ประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา ได้มีการปรับโฉมเครื่องเขินครั้งใหญ่ โดยต้องการสร้างสินค้าให้เข้าถึงลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มคนรุ่นใหม่ เป็นการปรับ “ลุค” ของเครื่องเขินจากเดิมจะมีลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่เป็นแฟนพันธุ์แท้เครื่องเขิน ที่นิยมนำไปใช้เป็นของตกแต่งบ้าน ของใช้ในวัด หรือส่งออกไปต่างประเทศ
แต่ชาคริตได้มีการขยายกลุ่มสินค้าเครื่องเขินไปยังสินค้ากลุ่มไอทีหลากหลายมิติ ทั้งเคสโทรศัพท์มือถือ เคสไอแพด ทัมบ์ไดรฟ์ หรือสินค้าไอทีต่างๆ รวมทั้งมีการนำวัสดุโพลีเมอร์มาผสมใช้กับงานไม้ เพื่อให้สินค้ามีความคงทนและมีสีที่ติดทนนาน คงลวดลายไทยไว้ได้ยาวนาน จึงได้สินค้าแต่ละแบบที่มีเอกลักษณ์ และสินค้าบางรายการมีชิ้นเดียวในโลก
นอกจากนี้ ชาคริตกำลังนำเครื่องเงินและเครื่องหนังมาผสมในสินค้าเครื่องเขิน เพื่อสร้างสินค้าให้มีรูปแบบหลากหลาย รวมทั้งได้เปิดตัวเครื่องประดับจากเครื่องเขินทั้งกำไลและสร้อยคอ ส่งผลให้ลูกค้าต่างชาติชื่นชอบอย่างมาก เพราะมีลวดลายไทยโบราณที่วิจิตร และสินค้าทุกชิ้นทำด้วยฝีมือคน (แฮนด์เมด) ที่มีการถ่ายทอดการผลิตเครื่องเขินมายาวนาน
เอกลักษณ์ของวิชัยกุลเครื่องเขิน คือ การลงยางรัก ที่ใช้ยางรักจากต้นรักที่มีอยู่ในธรรมชาติมาลงในภาชนะของเครื่องเขินที่ทำมาจากไม้ ทำให้เครื่องเขินมีความทนทาน มีคุณสมบัติกันน้ำและความชื้น มีความมันวาว ตลอดอายุการใช้งาน ถือเป็นรายเดียวในประเทศไทยที่ใช้ยางรักจากธรรมชาติ และไม่มีสารเคมี มีการวาดลวดลายบนเครื่องเขินที่เป็นลายไทย
“จุดเด่นของเครื่องเขิน คือ ยางรัก ที่บริษัทเป็นรายเดียวที่นำยางรักมาจากต้นรัก มีปลูกใน จ.เชียงใหม่ แตกต่างจากผู้ผลิตเครื่องเขินรายอื่นในประเทศ จะนำสารเคมีมาผสม และในขณะนี้กำลังร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ทำศูนย์เรียนรู้ยางรัก ที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่” ชาคริต กล่าว
กลยุทธ์การขยายตลาดในประเทศจะมุ่งสื่อออนไลน์ ทั้งการทำแฟนเฟจในเฟซบุ๊ก www.facebook.com/วิชัยกุลเครื่องเขิน และเว็บไซต์
ส่วนตลาดต่างประเทศ จะเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเป็นประจำทุกปี โดยมีตลาดส่งออกสินค้าไปในประเทศสหรัฐ ฝรั่งเศส เยอรมนี และญี่ปุ่น สัดส่วนยอดขายสินค้ามาจากตลาดในประเทศ 70% และส่งออกประมาณ 30% ซึ่งลูกค้าต่างชาติจะนิยมซื้อสินค้ากลุ่มกำไลและเครื่องประดับ
ปัจจุบันสินค้าวิชัยกุลเครื่องเขินจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มของใช้ เครื่องประดับ และสินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ โดยการผลิตสินค้าจะมีจำนวนหลายหมื่นชิ้นต่อปี ซึ่งสินค้ากลุ่มกำไลจะมียอดผลิตมากกว่า 1.2 หมื่นชิ้น ราคาสินค้าเริ่มตั้งแต่ 200 บาท ไปจนถึงราคาสูงสุดระดับแสนบาท ขึ้นอยู่กับดีไซน์และขนาดสินค้า
งานแต่ละชิ้นใช้เวลาผลิตหลายสิบวัน บางรายการใช้เวลานานถึง 6 เดือน เพราะขั้นตอนการลงลวดลายและลงยางรักจะใช้เวลานานมาก ถือเป็นงานที่มีความประณีต
ส่วนคู่แข่งในตลาดอาเซียนจะเป็นประเทศเวียดนามและพม่า ที่ใช้สารเคมีในการผลิตสินค้า แตกต่างจากบริษัทใช้ยางรักตามธรรมชาติ จึงมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ อีกทั้งได้เข้าร่วมโครงการ “ล้านนาคอลเลคชั่น” ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เครือข่ายภาคเหนือ จึงได้สร้างสินค้ารุ่น ล้านนาคอลเลคชั่น ส่งผลให้งานมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นและช่วยถ่ายทอดสินค้าที่มีวัฒนธรรมล้านนาสู่ต่างประเทศได้อีกทวีคูณ
“ชาคริต” ชี้แจงว่า แผนงานต่อจากนี้ไปจะขยายตลาดในประเทศ สร้างสินค้าแบบใหม่ เพื่อสืบสานเครื่องเขินของไทยให้คงอยู่ในประเทศ และปลุกกระแสให้คนไทยทุกกลุ่มกลับมาใช้สินค้าเครื่องเขินไทย พร้อมกับขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศ เพื่อทำให้เครื่องเขินของไทยโดดเด่นในตลาดโลกสูงสุด
การทำธุรกิจของชาคริตสะท้อนให้เห็นว่า หากผู้ประกอบการไม่หยุดนิ่งในการคิดต่าง ย่อมมีช่องทางสร้างตลาดให้กว้างขึ้นได้







