
รัฐไล่ซื้อดันราคายางพุ่ง
รัฐบาลประยุทธ์ได้ฤกษ์ไล่ซื้อดันราคายางทะลุกิโลกรัมละ 60 บาท สนช.ทำคลอด พ.ร.บ.การยาง
รัฐบาลประยุทธ์ได้ฤกษ์ไล่ซื้อดันราคายางทะลุกิโลกรัมละ 60 บาท สนช.ทำคลอด พ.ร.บ.การยาง
นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาการยางแห่งประเทศไทย และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 พ.ย.นี้ มีข่าวว่ารัฐบาลโดยกองทุนมูลภัณฑ์กันชนที่คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) อนุมัติเงินไว้ 6,000 ล้านบาท จะเข้าซื้อยางพาราในตลาดเพื่อชี้นำราคากิโลกรัมละ 2 บาท โดยจะดำเนินการไล่ซื้อเพื่อดันราคาจนถึง 60บาท/กก. เนื่องจากรัฐบาลได้ตกลงราคาขาย 60 บาท/กก. ซึ่งเป็นราคาที่เจรจาไว้ล่วงหน้ากับประเทศจีนแล้วสำหรับยางที่จะเปิดกรีดในเดือนนี้
ปัจจุบันราคายางที่ตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ ยางแผ่นดิบอยู่ที่ 50.15 บาท/กก. ยางแผ่นดิบรมควัน ชั้น 3 อยู่ที่ 52.70 บาท/กก.
นายอุทัยยังกล่าวว่า พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทยนั้น ขณะนี้ได้เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว คาดว่าจะผ่านการพิจารณาและนำออกมาใช้ภายใน 6 เดือน โดยจะตั้งสภาการยางแห่งประเทศไทยขึ้นมา 1 ชุด มีผู้แทนภาครัฐ ผู้ประกอบการ และมีผู้แทนเกษตรกร 7 คน มาบริหารยางทั้งระบบ
นอกจากนี้ จะยุบรวมสถาบันวิจัยยาง องค์การสวนยาง และกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง มาไว้ที่ กยท. เพียงแห่งเดียวเพื่อให้การแก้ไขปัญหายางพารามีความคล่องตัว เป็นเอกภาพและรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเฉพาะหน้าจะไม่ต้องขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีสามารถจัดสรรงบช่วยเหลือเกษตรกรได้ทันที
“พ.ร.บ.การยางฯจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายในการจัดสรรเงิน การบริหารงาน คาดว่าถ้ามี กยท.จะทำให้ราคายางมีเสถีรภาพมากขึ้น เพราะหากราคายางยังอยู่ที่ 40-50 บาทต่อกก. เกษตรกรสวนยางก็เลิกปลูกกันหมด พ่อค้าอุตสาหกรรมยาง ก็จะได้รับผลกระทบทั้งหมด ขณะนี้ทุกคนท้อใจ เพราะตลาดล่วงหน้ากดราคา
สำหรับเงินค่าธรรมเนียมการส่งออกยาง(เงินเซส) ปัจจุบันมีการจัดเก็บได้เกือบหมื่นล้านบาทต่อปี เมื่อมีกยท.จะมีการแบ่งสัดส่วนในงานวิจัย และตั้งองค์กรเกษตรกรสวนยางให้เข้มแข็ง 20 % สนับสนุนโค่นยางเก่า ปลูกยางใหม่ 50 % ตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพยาง 30% รวมทั้งจะมีเงินหมุนเวียนเพิ่มเรื่อยๆ จากกองทุนฯมูลภัฑณ์กันชน ที่เข้าไปรับซื้อแทรกแซงราคายาง โดยไม่ต้องของบแทรกแซงราคาจาก ครม.อีกต่อไป
ทั้งนี้มีรายงานว่าเกษตรกรสวนยางภาคใต้ เตรียมรวมถึงเพื่อยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีเพื่อให้ทบทวนร่าง พรบ.การยางแห่งประเทศไทย โดยระบุว่า ยังไม่เปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง







