
รั้งโฟล์คสวาเกนลงทุนไทย
‘อุ๋ย’บินถกถึงเยอรมนีหลังหลายชาติรุมจีบอุตฯดันตั้งศูนย์ทดสอบชิ้นส่วนรถยนต์
‘อุ๋ย’บินถกถึงเยอรมนีหลังหลายชาติรุมจีบอุตฯดันตั้งศูนย์ทดสอบชิ้นส่วนรถยนต์
“หม่อมอุ๋ย” เตรียมถกโฟล์คสวาเกนรั้งแผนลงทุนอีโคคาร์เฟส 2 ในไทย หลังคู่แข่งต่างชาติรุมจีบ
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเดินทางเยือนประเทศเยอรมนีในช่วงวันที่ 16 พ.ย.นี้ จะเข้าหารือผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์โฟล์คสวาเกน เพื่อชักชวนให้มาลงทุนในโครง การรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ระยะที่ 2 หรืออีโคคาร์เฟส 2 เพราะแม้ว่าทางโฟล์คสวาเกนจะยื่นขอรับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แล้ว แต่ยังต้องมีการหารือรายละเอียดเพิ่มเติมอีก และต้องยอมรับว่าไม่มีเพียงประเทศไทยที่พยายามดึงโฟล์คสวาเกนเข้าไปมาลงทุนเท่านั้น แต่มีคู่แข่งจากประเทศอื่นไปชักชวนเช่นเดียวกัน
“จะรอให้เอกชนเข้ามาอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องไปหาเขาและดึงมาลงทุนด้วย ที่ผ่านมามีหลายประเทศจีบโฟลค์ฯ อยู่ และทุกประเทศก็มีบีโอไอเหมือนไทย เมื่อเห็นว่าเขาสนใจเข้ามาลงทุนผลิตอีโคคาร์ในไทย อาจจะเป็นรถรุ่นที่ราคาเพิ่มขึ้นมาหน่อย แต่ก็ช่วยเติมเต็มความต้องการรถชนิดนี้ได้ทุกระดับ” รองนายกฯ ระบุ
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ประเทศคู่แข่งที่มีศักยภาพดึงโฟล์คสวาเกนไปลงทุนรถยนต์อีโคคาร์ คือ อินโดนีเซีย และที่ผ่านมาอินโดนีเซียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ประหยัดพลังงาน เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,000 ซีซี แต่ทั้งนี้ต้องอยู่กับการตัดสินใจของโฟล์คสวาเกน เนื่องจากแต่ละประเทศมีจุดเด่นต่างกัน คือ ไทยมีซัพพลายเชนในประเทศแข็งแกร่ง แรงงานมีคุณภาพแม้มีข้อด้อยที่แรงงานอยู่ในภาวะตึงตัว ส่วนอินโดนีเซียจุดเด่นที่มีตลาดขนาดใหญ่และค่าแรงยังต่ำ
ด้าน นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้หารือกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์เกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์ทดสอบชิ้นส่วนรถยนต์ และสนามทดสอบรถยนต์ในไทย โดยได้ขอให้เอกชนไปจัดทำรายละเอียดว่าต้องการให้มีการทดสอบชิ้นส่วนประเภทไหนก่อน จากนั้นจึงจะจัดทำศูนย์ทดสอบเป็นรายการๆ ไป ส่วนการสร้างสนามทดสอบรถยนต์ ได้ให้เอกชนไปพิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมแล้ว
“หากเลือกที่จะทดสอบชิ้นส่วนเป็นรายการๆ ไป การลงทุนจะไม่ต้องใช้งบ ประมาณจำนวนมากเหมือนการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ ที่คาดว่าต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 8,000 ล้านบาท ทำให้การลงทุนสร้างศูนย์ทดสอบจะมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นได้มากกว่า โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ลงทุนให้ทั้งหมด” นายจักรมณฑ์ กล่าว
นายธนวัฒน์ คุ้มสิน นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า จะยื่นรายการชิ้นส่วนยานยนต์ให้ตั้งศูนย์ทดสอบ 19 รายการ เช่น การทดสอบการปล่อยก๊าซไอเสีย พวงมาลัย ระบบเบรก และระบบไฟฟ้า เนื่องจากเป็นชิ้นส่วนที่ต้องผลิตให้ได้ตามมาตรฐานอาเซียน ขณะที่หากมีศูนย์ทดสอบในไทยจะช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการได้มาก ทั้งด้านค่าใช้จ่ายในการส่งชิ้นส่วนไปทดสอบในต่างประเทศ ค่าขนส่ง และเวลา
นายวิชัย จิราธิยุต ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ ระบุว่า โครงการจัดตั้งศูนย์ทดสอบชิ้นส่วนยานยนต์และสถานทดสอบรถยนต์นั้น เป็นโครงการที่นำเสนอกันมานานกว่า 10 ปี และเสนอให้กับทุกรัฐบาลพิจารณา แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากบริษัทรถยนต์ต่างมีศูนย์ทดสอบในบริษัทแม่อยู่แล้ว







