posttoday
"เอลเคน"ปรับใหญ่เร่งสร้างแบรนด์สู้แข่งดุ

"เอลเคน"ปรับใหญ่เร่งสร้างแบรนด์สู้แข่งดุ

07 พฤศจิกายน 2557

กว่า 14 ปีแล้วที่ธุรกิจเครือข่ายจากแดนเสือเหลือง มาเลเซียเข้ามาอยู่ในตลาดเมืองไทย เพราะเล็งเห็นโอกาสในการเติบโต แต่ก็เป็นที่ทราบว่าการแข่งขันในธุรกิจนี้ในไทยก็รุนแรงไม่เบา หากไม่ยอมปรับตัวจะไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้

กว่า 14 ปีแล้วที่ธุรกิจเครือข่ายจากแดนเสือเหลือง มาเลเซียเข้ามาอยู่ในตลาดเมืองไทย เพราะเล็งเห็นโอกาสในการเติบโต แต่ก็เป็นที่ทราบว่าการแข่งขันในธุรกิจนี้ในไทยก็รุนแรงไม่เบา หากไม่ยอมปรับตัวจะไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้

เอ็ดเวิร์ด ชู รองประธานฝ่ายขายต่างประเทศ บริษัท เอลเคน อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ดำเนินธุรกิจการตลาดเครือข่าย จึงประกาศเดินหน้าลุยธุรกิจเครือข่ายในไทย

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกประมาณ 1 หมื่นคน ในจำนวนดังกล่าวที่เป็นสมาชิกแอ็กทีฟหรือดำเนินธุรกิจอย่างจริงจังเพียงหลักพันคน ที่มีแนวโน้มจะขยับเพิ่มขึ้นจากการใช้แผนการตลาดแบบสแตร์สเต็ปหรือขั้นบันได ซึ่งสร้างการเติบโตทางด้านรายได้อย่างมั่นคง ให้ผลตอบแทนจากการขายสูงกว่า 40%

อย่างไรก็ตาม บริษัทจะไม่ปรับแผนการตลาดใหม่หรือมีการนำแผนการตลาดไบนารี่มาใช้ เพราะแผนดังกล่าวไม่สามารถสร้างรายได้ในระยะยาวได้ แต่จะเร่งสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในไทย และให้ความสำคัญกับทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ และการอบรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับนักธุรกิจอิสระ

ปัจจุบัน เอลเคน มาเลเซีย ได้พัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกว่า 500 รายการ แต่นำเข้ามาทำตลาดในไทยเพียงหลัก 100 รายการ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหญ่ๆ ประกอบไปด้วย 1.ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่สร้างยอดขายได้ 30% 2.ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม สร้างยอดขายได้ 30% 3.ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้านสร้างยอดขาย 30% และ 4.ผลิตภัณฑ์เพื่ออุปโภคบริโภค สร้างยอดขาย 10%

ขณะเดียวกัน ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องใช้ในบ้านไบโอเพียว เคซีรี่ส์ (Bio Pure KSeries) นวัตกรรมเครื่องกรองน้ำระบบน้ำทิ้งอัตโนมัติป้องกันการปนเปื้อนซ้ำ ระบบควบคุมความดันน้ำคงที่ พร้อมระบบอาร์โอ ซึ่งบริษัทมั่นใจว่า ไบโอเพียว เคซีรี่ส์ จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค เช่นเดียวกับเครื่องกรองน้ำไบโอเพียว เคน 1 และเคน 2 ที่ได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้บริโภค โดยเชื่อว่าจะสามารถสร้างการเติบโตด้านยอดขายไม่น้อยกว่า 2 เท่าภายใน 3 ปีข้างหน้า

เอ็ดเวิร์ด กล่าวว่า บริษัทมีเครือข่ายสาขาอยู่ใน 9 ประเทศในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ประกอบด้วย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฮ่องกง บรูไน สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา และประเทศไทย ด้วยยอดสมาชิกรวมกว่า 3 แสนคน โดยมีฐานการผลิตในประเทศมาเลเซีย จีน และอินโดนีเซีย สร้างยอดรายได้รวมกว่า 233 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 7,600 ล้านบาท และถือเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจการตลาดเครือข่ายชั้นนำอันดับ 1 จากมาเลเซีย และลำดับที่ 50 ของโลก

สำหรับภาพรวมธุรกิจเครือข่ายในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างชะลอตัว โดยมีอัตราการเติบโตค่อนข้างน้อยประมาณ 3% จากมูลค่าตลาดรวมประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยด้านการเมืองและเศรษฐกิจที่ค่อนข้างมีปัญหา และในช่วงครึ่งปีหลังสภาวะบ้านเมืองเริ่มกลับเข้าสู่สภาพปกติก็เชื่อว่าธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย น่าจะพลิกฟื้นกลับมาเติบโตในอัตราที่สูงขึ้น พร้อมทั้งผู้เล่นหลายๆ รายก็จะมีกิจกรรมการตลาดที่คึกคักมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย