posttoday
มองจังหวะ Sime Darby ยักษ์อุตฯเกษตรมาเลเซีย

มองจังหวะ Sime Darby ยักษ์อุตฯเกษตรมาเลเซีย

06 พฤศจิกายน 2557

หากพูดถึงบริษัทกลุ่มธุรกิจแบบ conglomerate ของมาเลเซียแล้ว แน่นอนว่าจะต้องมี Sime Darby ยักษ์ใหญ่ธุรกิจปาล์มน้ำมันอยู่ในรายชื่ออันดับต้นๆ เสมอ

หากพูดถึงบริษัทกลุ่มธุรกิจแบบ conglomerate ของมาเลเซียแล้ว แน่นอนว่าจะต้องมี Sime Darby ยักษ์ใหญ่ธุรกิจปาล์มน้ำมันอยู่ในรายชื่ออันดับต้นๆ เสมอ

Sime Darby ก่อตั้งมาแล้วกว่า 100 ปี โดยเริ่มจากการปลูกสวนยางในมะละกา ขยายไปสู่สวนปาล์ม จนมาถึงการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ เช่น เครื่องจักรอุตสาหกรรม ยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน และสุขภาพ กระจายอยู่ทั่วโลก ปัจจุบันมีมูลค่าตามราคาตลาดราว 1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ใหญ่เป็นอันดับ 6 ในตลาดหุ้นมาเลเซีย มีการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรที่แข็งแกร่งเฉลี่ย 12% และ 15% ต่อปี ตามลำดับ คำถามที่น่าสนใจคือ ปัจจัยอะไรทำให้ Sime Darby ประสบความสำเร็จ นำมาประยุกต์ใช้ได้

กลยุทธ์ขยายการลงทุนให้ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เป็นหนึ่งในปัจจัยแห่งความสำเร็จ ทำให้ Sime Darby กลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีธุรกิจต้นน้ำตั้งแต่การปลูกสวนปาล์มขนาดพื้นที่ 5.4 ล้านไร่ ในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไลบีเรีย ผลิตปาล์มน้ำมันได้ 2.5 ล้านตัน/ปี คิดเป็น 5% ของปริมาณการผลิตปาล์มน้ำมันทั่วโลก ต่อมาได้ขยายการลงทุนไปในธุรกิจกลางน้ำและปลายน้ำที่เกี่ยวข้องกับปาล์มน้ำมันอย่างครบวงจร เช่น โรงกลั่นปาล์มน้ำมันดิบเพื่อผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์ม มาการีน ธุรกิจพลังงานที่มีโรงงานผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ตลอดจนธุรกิจท่องเที่ยว โดยได้พัฒนาสวนปาล์มให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การดำเนินธุรกิจครอบคลุมตลอดห่วงโซ่มูลค่า ส่งผลให้บริษัทสามารถลดต้นทุนวัตถุดิบ และสร้างรายได้ตลอดห่วงโซ่

การเพิ่มมูลค่าให้สินค้า การวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Sime Darby ถือเป็นผู้บุกเบิกการทำ R&D ด้านปาล์มน้ำมันมาตั้งแต่ปี 1917 ปัจจุบัน มีศูนย์ R&D และศูนย์นวัตกรรมรวม 6 แห่ง พร้อมทั้งนักวิทยาศาสตร์อีกจำนวนมาก คอยวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อให้ได้พันธุ์ของต้นปาล์มที่ให้ผลผลิตสูง ทนทานต่อโรค อีกทั้งยังมุ่งไปสู่การพัฒนาสินค้าที่ให้มูลค่าเพิ่ม จนมีผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลกำไรสูงกว่าน้ำมันปาล์มทั่วไปถึง 15%

การเติบโตแบบ inorganic growth ขยายฐานธุรกิจไปสู่ประเภทอื่น เพื่อลดความเสี่ยงของวัฏจักรราคาสินค้าเกษตร รายได้ของ Sime Darby ได้รับผลกระทบอย่างมากในช่วงที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เมื่ออุปทานล้นตลาดในขณะที่อุปสงค์ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก Sime Darby จึงเริ่มขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจอื่นเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยใช้วิธีควบรวมกิจการในธุรกิจที่ยังไม่มีความรู้และประสบการณ์มากนัก เช่น เข้าไปควบรวมกิจการโรงงานผลิตยางรถยนต์ Goodrich และ Dunlop เพื่อต่อยอดให้กับธุรกิจสวนยางของตัวเอง รวมไปถึงธุรกิจใหม่ๆ เช่น การเข้าไปถือหุ้นและซื้อธุรกิจโรงพยาบาล สนามกอล์ฟ ธุรกิจค้าปลีกอย่าง Tesco

การขยายตัวทางภูมิศาสตร์ครอบคลุมหลายประเทศ ใช้แนวทาง Global reach, Local solution ปัจจุบัน Sime Darby มีโรงงานและสำนักงานขายมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก อาทิ ไทย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เน้นขยายการลงทุนไปในตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพ วางแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยมาตรฐานโลก แต่ปรับใช้ให้เหมาะกับแต่ละประเทศ

อีไอซีมองว่าผู้ประกอบการไทยสามารถนำแนวทางดังกล่าวมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเองได้ นอกจากวิธีการแปรรูปสินค้าเกษตรแล้ว ควรต้องมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าที่ให้มูลค่าเพิ่มสูงกว่าสินค้าทั่วๆ ไป เมื่อฐานะทางการเงินแข็งแกร่งแล้ว อาจมองหาโอกาสและพันธมิตรขยายไปสู่ธุรกิจอื่น เพื่อกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตร ดังเช่นสถานการณ์ราคายางพาราที่ตกต่ำอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงหาลู่ทางขยายฐานการผลิตและตลาดไปยังประเทศที่มีศักยภาพ

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก