
โรงกลั่นยังไม่ดี
ธุรกิจโรงกลั่นทยอยประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ปี 2557 ออกมาอย่างที่คาดการณ์ มีขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันจำนวนมาก ส่งผลให้กำไรสุทธิออกมาไม่สวยนัก
ธุรกิจโรงกลั่นทยอยประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ปี 2557 ออกมาอย่างที่คาดการณ์ มีขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันจำนวนมาก ส่งผลให้กำไรสุทธิออกมาไม่สวยนัก
“ดวงกมล เศรษฐธนัง” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) เปิดเผยว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 3 จำนวน 22.09 ล้านบาท ลดลง 98% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,047.32 ล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิ 543.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,195% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 41.67 ล้านบาท
ทั้งนี้ ไตรมาส 3 ผลดำเนินงานจากธุรกิจหลักลดลงจากการขาดทุนสต๊อกน้ำมันที่เกิดขึ้น 1,906 ล้านบาท หรือ 3.82 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และมีขาดทุนจากค่าเผื่อการลดลงของราคาสินค้าคงเหลือ (LCM) จำนวน 318 ล้านบาท หรือ 0.64 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้บริษัทมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตทางบัญชี (Accounting GIM) รวม 1,509 ล้านบาท หรือ 3.01 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลงจากไตรมาส 3 ปีก่อน ที่ 5,417 ล้านบาท หรือ 10.41 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
นอกจากนี้ การหยุดเดินเครื่องหน่วย VGOHT ซึ่งเป็นหน่วยเตรียมน้ำมันเตาเพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพราะไฟไหม้ คาดว่าจะเดินเครื่องได้อีกครั้งในเดือน เม.ย. 2558 ทำให้การผลิตลดลงจากระดับปกติและรายได้จากการขายสุทธิลดลง 5% เหลือ 6.85 หมื่นล้านบาท และปริมาณขายลดลงเหลือ 1.83 แสนบาร์เรล/วัน จาก 1.92 แสนบาร์เรล/วัน
ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์ใกล้เคียงกันมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) ที่ 3,357 ล้านบาท หรือ 6.72 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 5.99 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 3 บริษัทมีรายได้อื่น เพิ่มขึ้น 867 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากการรับรู้รายได้ค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัย จำนวน 710 ล้านบาท และรายได้กลุ่มท่าเรือและถังเก็บผลิตภัณฑ์จากลูกค้าใหม่ที่ใช้บริการเพิ่มขึ้น
นอกจากนั้น บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่วนใหญ่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 33 ล้านบาท จากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ขณะที่งวดปีก่อนขาดทุน 112 ล้านบาท เพราะมีเงินกู้ระยะยาวสกุลเงินเหรียญสหรัฐ จำนวน 413 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีกำไรจากการกลับรายการด้อยค่าและจำหน่ายทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 526 ล้านบาท จากเงินค่าเช่าล่วงหน้าคืนจากการยกเลิกสัญญาเช่าจำนวน 470 ล้านบาท และกำไรจากการขายอาคารพาณิชย์ TPI Plaza จำนวน 65 ล้านบาท และยังมีกำไรจากเงินลงทุน 130 ล้านบาท จากการขายหุ้นบริษัท อุตสาหกรรมสหธัญญพืช และธนาคารทหารไทย จำนวน 167 ล้านบาท
สุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ IRPC บริษัทมีความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันในไตรมาส 4 หากยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เหมือนในช่วง 23 เดือนที่ผ่านมา อาจจะทำให้กำไรสุทธิของบริษัทไม่เติบโตหรือลดลงจากปีก่อน
ขณะเดียวกัน บริษัท ไทยออยล์ (TOP) มีผลขาดทุน 2,715.24 ล้านบาท ในไตรมาส 3 แย่ลง 135% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7,629 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือน 2,452.99 ล้านบาท ลดลง 73% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9,306.53 ล้าน
บล.เคที ซีมิโก้ ระบุว่า ผลประกอบการของ TOP อ่อนแอตามคาด จึงแนะนำทยอยขาย ให้มูลค่าพื้นฐานปี 2558 ที่ 49 บาท จากคาดการณ์ขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน ที่ยังเป็นปัจจัยลบกดดันผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีหลังของปี 2557 ให้อ่อนแอ และแนวโน้มปี 2558 ยังยากลำบาก จากความเสี่ยงของผลการดำเนินงานที่พึ่งพาธุรกิจโรงกลั่นในสัดส่วนสูง
TOP มีขาดทุนสุทธิ 2,200 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ใกล้เคียงกับที่คาดขาดทุนสุทธิ 2,100 ล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปีก่อน และไตรมาส 2 บริษัทมีขาดทุนปกติ 2,700 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2557 พลิกจากกำไรปกติในไตรมาส 3 และไตรมาส 2 ปี 2557
ทั้งนี้ GIM ต่ำมากในไตรมาส 3 หดลงเป็น 0.5 เหรียญสหรัฐ จาก 11.7 เหรียญสหรัฐ ในไตรมาส 3 ปี 2556 และ 6.4 เหรียญสหรัฐ ในไตรมาส 2 ปี 2557 หลักๆ มาจากขาดทุนสต๊อกน้ำมันสูงถึง 5.2 เหรียญสหรัฐ หรือราว 3,600 ล้านบาท
ขณะที่ Market GIM ในไตรมาสเดียวกัน ยังอยู่ในระดับต่ำราว 5.5 เหรียญสหรัฐ จาก 7.9 เหรียญสหรัฐ ในไตรมาส 3 ปีก่อน จากฐานสเปรดผลิตภัณฑ์สูง แต่ดีกว่า 5.1 เหรียญสหรัฐ ในไตรมาส 2 ปี 2557 เล็กน้อยจากสเปรด PX ที่ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า
นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบของ LCM จำนวน 653 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2557 ตามการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ ซึ่งลดทอนกำไรจากการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจาก Crack Spread จำนวน 695 ล้านบาท ปริมาณการกลั่นลดลง อัตราการใช้กำลังการกลั่นลดลงเป็น 85% ราว 2.34 แสนบาร์เรล/วัน จากการปิดซ่อมบำรุงหน่วย CDU ตามแผน
บริษัท ไทยออยล์ อ่อนแอทุกธุรกิจ อาทิ โรงกลั่นขาดทุนสต๊อกน้ำมันสูงและปริมาณการกลั่นลดลง, TPX อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง และสเปรดยังอยู่ในระดับต่ำ แม้ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า และ TLB อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงและสเปรดหดตัวลง
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มอ่อนแอถึงสิ้นปี การขาดทุนสต๊อกน้ำมันหลักๆ สะท้อนในไตรมาส 3 และต่อเนื่องในไตรมาส 4 คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ที่ 1,400 ล้านบาท และคงกำไรสุทธิปี 2558 ไว้ที่ 7,100 ล้านบาท แต่คาดการณ์กำไรดังกล่าวอาจมีความเสี่ยง หากราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่นต่ำกว่าคาด







