
อ.ก.พ.เกษตรมีมติให้ปลัดกระทรวงพ้นมลทินคดีลำไย
อนุกรรมการข้าราชการพลเรือนมีมติให้ ปลัดกระทรวงเกษตรพ้นมลทินในคดีทุจริตลำไย
อนุกรรมการข้าราชการพลเรือนมีมติให้ ปลัดกระทรวงเกษตรพ้นมลทินในคดีทุจริตลำไย
แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ผลการประชุม อนุกรรมการข้าราชการพลเรือน( อ.ก.พ.) กระทรวงเกษตรฯ ที่มีนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯเป็นประธาน มีมติให้นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ไม่มีความผิดในคดีโครงการจำนำลำไยในปี 2547 เนื่องจากเห็นว่า เข้าข่ายพรบ.ล้างมลทิน พ.ศ. 2550 แล้ว ไม่มีเหตุให้ต้องสอบสวนอีก โดยมติเป็นเอกฉันท์ หลังจากนี้จะรายงานให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนรับทราบต่อไป
"ถือเป็นการขีดเส้นจบการสอบสวนคดีลำไยของท่านปลัดชวลิตในเรื่องนี้ ซึ่งเรื่องนี้เมื่อปปช.ชีมูลว่ามีความผิดเมื่อปลายปี 2556 นายชวลิต ได้อุทรณ์ว่า คดีเกิด 2547 น่าจะเข้าข่าย พรบ.ล้างมลทิน แล้ว อกพ.กระทรวงในสมัย นายยุคล ลิ้มแหลมทอง เป็นรมว.จึงได้ส่งกฤษฏีกาตีความว่าเข้าข่ายหรือไม่ มาถึงปัจจุบัน ปปช.ได้มีหนังสือให้เร่งพิจารณา เพราะเรื่องนี้นานแล้วจะเข้าข่ายประวิงเวลา ทาง อ.ก.พ. จึงได้มีการเรียกประชุมเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา แม้ว่าผลการพิจารณาของกฤษฏีกาที่ตีความยังไม่ออกมา เพราะเมื่อพิจารณาพบว่ามีกรณีที่พิจารณาคล้ายกันในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ประมาณ 20 คดี ทำให้ที่ประชุมเห็นว่าไม่ต้องรอแล้ว จึงมีมติโหวต เสียงเป็นเอกฉันท์ว่านายชวลิต อยู่ในข่ายพรบ.ล้างมลทิน"แหล่งข่าวระบุ
สำหรับคดีอาญา อยู่ระหว่างการพิจารณาของปปช.และสำงานอัยการที่ตั้งกรรมการสอบสวนร่วมกัน ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมเพื่อสรุปผลการสอบสวนในเร็วๆนี้
คดีดังกล่าวเกิดในปี 2547 สมัยที่มีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรมว. และนายบรรพต หงส์ทอง เป็นปลัดกระทรวงเกษตรฯ และนายชวลิตเป็นผู้อำนวยการกองแผนงาน มีหน้าที่เป็นกรรมการเตรียมการเสนอนายบรรพต เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร(คชก.) ให้พิจารณา ซึ่ง คชก.มีมติให้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อตก.) เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งมีการจ้างบริษัทปอเฮง อินเตอร์เทรด มาเป็นผู้รับงาน มูลค่าความเสียหายมากกว่า 4 พันล้านบาท
ทั้งนี้ ปปช.ได้ชี้มูลเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2557 โดยผลการสอบระบุว่า ปรากฏข้อเท็จจริงว่าในกระบวนการคัดเลือกผู้ประกอบการนั้นเป็นกระบวนการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบ โดยมีเจตนาที่จะคัดเลือกบริษัท เอกชนมาแต่แรก ทั้ง ๆ ที่บริษัทดังกล่าวไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจลำไยมาก่อนและมีการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายในหลายขั้นตอน ต่อมาเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายขึ้นซึ่งในการปฏิบัติที่ไม่ชอบนี้ มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำความผิด 22 ราย คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงและอาญาแก่บุคคล ดังนี้
1.ข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวน7 ราย 2.พนักงาน อ.ต.ก. และพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 4ราย3.เอกชนที่ร่วมเสนอราคา จำนวน 11 รายสำหรับนายสมศักดิ์ จากการไต่สวนข้อเท็จจริงไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาข้อหาไม่มีมูลให้ข้อกล่าวหาตกไป ส่วนการกระทำของนายบรรพต หงส์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ในขณะนั้นมีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง สำหรับข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ 1ใน 7 รายที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงและอาญาคือนายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ คนปัจจุบัน







