posttoday
อ.ก.พ.เกษตรมีมติให้ปลัดกระทรวงพ้นมลทินคดีลำไย

อ.ก.พ.เกษตรมีมติให้ปลัดกระทรวงพ้นมลทินคดีลำไย

03 พฤศจิกายน 2557

อนุกรรมการข้าราชการพลเรือนมีมติให้ ปลัดกระทรวงเกษตรพ้นมลทินในคดีทุจริตลำไย

อนุกรรมการข้าราชการพลเรือนมีมติให้ ปลัดกระทรวงเกษตรพ้นมลทินในคดีทุจริตลำไย

แหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ผลการประชุม อนุกรรมการข้าราชการพลเรือน( อ.ก.พ.)  กระทรวงเกษตรฯ  ที่มีนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯเป็นประธาน มีมติให้นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ  ไม่มีความผิดในคดีโครงการจำนำลำไยในปี  2547   เนื่องจากเห็นว่า เข้าข่ายพรบ.ล้างมลทิน พ.ศ.  2550  แล้ว ไม่มีเหตุให้ต้องสอบสวนอีก โดยมติเป็นเอกฉันท์ หลังจากนี้จะรายงานให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนรับทราบต่อไป

"ถือเป็นการขีดเส้นจบการสอบสวนคดีลำไยของท่านปลัดชวลิตในเรื่องนี้   ซึ่งเรื่องนี้เมื่อปปช.ชีมูลว่ามีความผิดเมื่อปลายปี  2556  นายชวลิต ได้อุทรณ์ว่า คดีเกิด 2547 น่าจะเข้าข่าย พรบ.ล้างมลทิน แล้ว  อกพ.กระทรวงในสมัย นายยุคล ลิ้มแหลมทอง  เป็นรมว.จึงได้ส่งกฤษฏีกาตีความว่าเข้าข่ายหรือไม่  มาถึงปัจจุบัน ปปช.ได้มีหนังสือให้เร่งพิจารณา เพราะเรื่องนี้นานแล้วจะเข้าข่ายประวิงเวลา ทาง อ.ก.พ. จึงได้มีการเรียกประชุมเมื่อวันที่  3 พ.ย. ที่ผ่านมา  แม้ว่าผลการพิจารณาของกฤษฏีกาที่ตีความยังไม่ออกมา   เพราะเมื่อพิจารณาพบว่ามีกรณีที่พิจารณาคล้ายกันในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ประมาณ  20 คดี ทำให้ที่ประชุมเห็นว่าไม่ต้องรอแล้ว จึงมีมติโหวต เสียงเป็นเอกฉันท์ว่านายชวลิต อยู่ในข่ายพรบ.ล้างมลทิน"แหล่งข่าวระบุ

สำหรับคดีอาญา อยู่ระหว่างการพิจารณาของปปช.และสำงานอัยการที่ตั้งกรรมการสอบสวนร่วมกัน ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมเพื่อสรุปผลการสอบสวนในเร็วๆนี้

คดีดังกล่าวเกิดในปี 2547  สมัยที่มีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรมว. และนายบรรพต หงส์ทอง เป็นปลัดกระทรวงเกษตรฯ และนายชวลิตเป็นผู้อำนวยการกองแผนงาน  มีหน้าที่เป็นกรรมการเตรียมการเสนอนายบรรพต  เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร(คชก.) ให้พิจารณา  ซึ่ง คชก.มีมติให้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อตก.) เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งมีการจ้างบริษัทปอเฮง อินเตอร์เทรด  มาเป็นผู้รับงาน มูลค่าความเสียหายมากกว่า  4 พันล้านบาท

ทั้งนี้ ปปช.ได้ชี้มูลเมื่อวันที่  8 ม.ค. 2557  โดยผลการสอบระบุว่า  ปรากฏข้อเท็จจริงว่าในกระบวนการคัดเลือกผู้ประกอบการนั้นเป็นกระบวนการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบ โดยมีเจตนาที่จะคัดเลือกบริษัท เอกชนมาแต่แรก ทั้ง ๆ ที่บริษัทดังกล่าวไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจลำไยมาก่อนและมีการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายในหลายขั้นตอน ต่อมาเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายขึ้นซึ่งในการปฏิบัติที่ไม่ชอบนี้ มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำความผิด 22 ราย คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงและอาญาแก่บุคคล ดังนี้

1.ข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวน7 ราย 2.พนักงาน อ.ต.ก. และพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 4ราย3.เอกชนที่ร่วมเสนอราคา จำนวน 11 รายสำหรับนายสมศักดิ์ จากการไต่สวนข้อเท็จจริงไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาข้อหาไม่มีมูลให้ข้อกล่าวหาตกไป ส่วนการกระทำของนายบรรพต หงส์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ในขณะนั้นมีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง   สำหรับข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ 1ใน 7 รายที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงและอาญาคือนายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ คนปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก