posttoday
ธปท.ลั่นปี2558ลุยแก้กม.เอาผิดผู้บริหารแบงก์รัฐ

ธปท.ลั่นปี2558ลุยแก้กม.เอาผิดผู้บริหารแบงก์รัฐ

03 พฤศจิกายน 2557

ธปท. เตรียมเดินหน้ากำกับแบงก์รัฐเต็มรูปแบบ ยันใช้เกณฑ์ความเหมาะสม ไม่คุมเข้มเต็ม 100%

ธปท. เตรียมเดินหน้ากำกับแบงก์รัฐเต็มรูปแบบ ยันใช้เกณฑ์ความเหมาะสม ไม่คุมเข้มเต็ม 100%

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรื่องการเข้ากำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) ตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ว่า จะแบ่งการทำงานเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรกภายในสิ้นปีนี้จะนำเอากฎหมายสถาบันการเงินที่เคยประกาศใช้ในปี 2551 มาบังคับใช้ก่อน

สำหรับช่วงที่ 2 คือ ภายในปี 2558 จะเดินหน้าแก้กฎหมาย เพื่อเปิดทางให้ ธปท.สามารถเอาผิดกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตได้

“ปีหน้าจะเริ่มแก้กฎหมายเพื่อเอาผิดผู้บริหารสถาบันการเงินได้ เพราะปีนี้คงทำไม่ทัน ส่วนการเมืองจะเข้าแทรกแบงก์ชาติแทนหรือไม่ เชื่อว่าในระยะสั้นคงไม่ แต่ระยะยาวก็ต้องหาทางป้องกันต่อไป” นายประสาร กล่าว

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า เกณฑ์ในการกำกับแบงก์รัฐ เช่น เรื่องการตั้งสำรอง หรือการดำรงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง อาจจะไม่เข้มข้นเท่ากับธนาคารพาณิชย์ เพราะที่ผ่านมา ธปท.ก็ใช้อีกเกณฑ์หนึ่งในการตรวจสอบแบงก์รัฐ ซึ่งไม่ใช่เกณฑ์ตามมาตรฐานสากลแบบ 100% แต่จะใช้เกณฑ์ตามความเหมาะสมมากกว่า

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผู้บริหารแบงก์รัฐเตรียมข้อมูลชี้แจงกระทรวงการคลังเรื่องผลกระทบ หลัง ธปท.เข้ามากำกับแบงก์รัฐว่า แบงก์รัฐที่ถูกสั่งให้ทำตามนโยบายรัฐบาลหลายโครงการมีความเสี่ยงเป็นหนี้เสีย มีผลกระทบต่อการตั้งสำรองหากให้ใช้เกณฑ์เดียวกับธนาคารพาณิชย์ และยังไม่มีแบงก์รัฐแห่งไหนใช้เกณฑ์ของบาเซิลทู

นอกจากนั้น ยังต้องการความชัดเจนเรื่องการใส่เงินเข้ากองทุนพัฒนาแบงก์รัฐ 0.47% ของฐานเงินฝากที่ 3.74 ล้านล้านบาท ส่งผลให้มีแบงก์ 4 แห่ง คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ต้องใส่เงินสมทบเข้ากองทุนนี้กว่า 1.75 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจมีการเจรจาต่อรองเรื่องการลดเงินนำส่งคลัง เพื่อไม่กระทบต่อภาพรวมเป้าหมายรายได้ทั้งปี

สำหรับสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงินปี 2551 มีสาระสำคัญ เช่น เรื่องการลงทุนในบริษัทแต่ละรายต้องไม่เกิน 5% ของเงินกองทุนทั้งหมดของสถาบันการเงิน และห้ามให้สินเชื่อแก่กรรมการ ผู้บริหาร รองกรรมการผู้จัดการ และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้วย

ทางด้านเกณฑ์การดํารงเงินกองทุนต้องรองรับเกณฑ์บาเซิลทู และในกรณีที่เงินกองทุนต่ำกว่า 8.5% ต้องเสนอโครงการเพื่อแก้ไขฐานะและการดําเนินงานต่อ ธปท.ภายใน 60 วัน และกรณีที่เงินกองทุนตํ่ากว่า 5.1% ธปท.สามารถเข้าควบคุมสถาบันการเงินได้ และกรณีที่ตํ่ากว่า 2.975% ธปท.สามารถสั่งปิดกิจการได้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ