posttoday
เอสเอฟผุดมิกซ์ยูส1.5หมื่นล.

เอสเอฟผุดมิกซ์ยูส1.5หมื่นล.

01 พฤศจิกายน 2557

เติมเต็มเมกาบางนารับเปิดเออีซีคู่แข่ง ตั้งเป้าดึงลูกค้าเข้าใช้บริการเพิ่มเท่าตัว

เติมเต็มเมกาบางนารับเปิดเออีซีคู่แข่ง ตั้งเป้าดึงลูกค้าเข้าใช้บริการเพิ่มเท่าตัว

เอสเอฟฯ เล็งเทงบ 1.5 หมื่นล้านบาท สยายอาณาจักรเมกาบางนา ผุดมิกซ์ยูสครบวงจร

น.ส.สโรชา ลายสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา บริษัท เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะพัฒนาพื้นที่ 150 ไร่ บริเวณใกล้เคียงศูนย์การค้าเมกาบางนาเป็นโครงการส่วนต่อขยาย เพื่อให้บริการของศูนย์การค้าเมกาบางนาครบวงจรมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ประกอบการค้าปลีกเข้ามาขยายธุรกิจในย่านนี้มากขึ้น

นอกจากนี้ การที่ปี 2558 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) บริษัทจึงต้องปรับปรุงพื้นที่ของศูนย์การค้าเมกาบางนา เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าใหม่ที่จะมีมากขึ้น ทั้งจากการที่มีคู่แข่งใหม่เข้ามาเปิดศูนย์การค้าและการเปิดเออีซี

สำหรับโครงการส่วนต่อขยายนั้น จะพัฒนาเป็นโครงการมัลติยูส ประกอบด้วย ที่พักอาศัย โรงแรมระดับ 34 ดาว อาคารสำนักงานให้เช่า และสถาบันการศึกษา เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท โดยจะเริ่มก่อสร้างเฟสแรกประมาณกลางปี 2558 และอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรที่จะเข้ามาลงทุน คาดเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการในปี 2562

ขณะเดียวกัน ยังเตรียมลงทุนปรับปรุงและขยายพื้นที่เดิมของศูนย์การค้าเมกาบางนา ภายใต้งบ 100 ล้านบาท โดยเน้นพัฒนาพื้นที่ในโซนการโรงเรียนสอนพิเศษสำหรับเด็กแรกเกิดถึง 8 ขวบ และก่อสร้างอาคารจอดรถแห่งใหม่ เพื่อรองรับลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นอีก 1,000 คัน จากปัจจุบันศูนย์การค้าเมกาบางนามีพื้นที่จอดรถรองรับได้ 9,000 คัน รวมทั้งมีแผนจะสร้างสะพานลอยข้ามถนนด้านบางนาตราด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า

น.ส.สโรชา กล่าวว่า หลังจากบริษัทเดินหน้าปรับปรุงบริการใหม่ๆ เพิ่มเติม ในส่วนของศูนย์การค้าเมกาบางนาเดิม คาดว่าจนถึงสิ้นปี 2558 จะมีจำนวนลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 8% เท่ากับปีนี้ จากปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าเข้ามาใช้บริการสะสม 40 ล้านคน/ปี และหลังจากเปิดให้บริการพื้นที่ส่วนต่อขยายเสร็จสมบูรณ์ คาดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10%

ขณะที่ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทในสิ้นปีนี้ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 30% เนื่องจากบริษัทสามารถขายพื้นที่เช่าได้เต็ม 100% ประกอบกับบริษัทมีการเก็บค่าเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้นตามระยะสัญญา จึงทำให้ผลประกอบการโดยรวมทั้งปีมีอัตราการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ

“การที่จะมีผู้เล่นใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้นในย่านบางนา บริษัทไม่ได้มองว่าเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ เพราะการเกิดขึ้นของผู้เล่นใหม่จะทำให้ภาพรวมธุรกิจในย่านถนนบางนาตราดมีความคึกคักมากขึ้นซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในย่านนี้ขยายตัวมากขึ้น” น.ส.สโรชา กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย