posttoday
หุ้นไทยสุดหรูปีหน้า

หุ้นไทยสุดหรูปีหน้า

01 พฤศจิกายน 2557

ตลท.ตั้งเป้าเทรดสนั่น5.1หมื่นล้าน/วัน ปีนี้ลุ้นดัชนี1,600จุดเงินไหลบ่าเข้าตลาด

ตลท.ตั้งเป้าเทรดสนั่น5.1หมื่นล้าน/วัน ปีนี้ลุ้นดัชนี1,600จุดเงินไหลบ่าเข้าตลาด

ตลาดหลักทรัพย์มองหุ้นปี 2558 สดใส มูลค่าซื้อขายใกล้เคียงปี2556 มาร์เก็ตแคปเพิ่ม 2 แสนล้านบาท

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ตลท.อยู่ระหว่างการจัดทำแผนปี 2558 เพื่อเตรียมเสนอคณะกรรมการในเดือน พ.ย.นี้ ในเบื้องต้นคาดว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) หุ้นเข้าใหม่ จะใกล้เคียงกับปีนี้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งรวมการออกกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) แล้ว

กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า ในส่วนของมูลค่าการซื้อขายคาดว่าน่าจะมีแนวโน้มที่ดี และน่าจะสูงกว่าปี 2557 ซึ่งเฉลี่ย 9 เดือนอยู่ที่ 4.2 หมื่นล้านบาท/วัน โดยมีโอกาสกลับไปใกล้เคียงกับปี 2556 ซึ่งสูงถึงระดับ 5.1 หมื่นล้านบาท/วัน เพราะเชื่อว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปี 2558 น่าจะดีไปในทิศทางเดียวกับการเจริญเติบโตเศรษฐกิจของประเทศ และสอดคล้องกับการลงทุนของภาครัฐ

“ในปีนี้น่าจะมีหุ้นเข้าใหม่ประมาณ 30 บริษัท ทำให้การเพิ่มขึ้นของมาร์เก็ตแคปน่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ระดับ 2.1 แสนล้านบาท คาดว่าใน 1-2 ปีข้างหน้า กระแสหุ้นไอพีโอขนาดกลางและขนาดเล็กยังเป็นแรงหนุนสำคัญ” นางเกศรา กล่าว

สำหรับการปรับปรุงมาตรการดูแลหุ้นที่มีการซื้อขายผิดปกติ นางเกศรา ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับสมาชิก (โบรกเกอร์) เพื่อเตรียมนำเสนอให้บอร์ด ตลท.พิจารณาในช่วงเดือน พ.ย.ธ.ค.นี้ หลังจากนั้นจึงจะสำรวจความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาในลำดับต่อไป

ทางด้านตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ กล่าวว่า ขณะนี้มีมูลค่ามาร์เก็ตแคป 3.6 แสนล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 3,186 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้ง โดยการเติบโตของ mai เป็นผลมาจากหุ้นเข้าใหม่ และนักลงทุนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากหลายบริษัทได้มีการปรับการทำธุรกิจหลัก

“นักลงทุนให้การยอมรับเข้าลงทุนใน mai มากขึ้น และสมัยก่อนผู้ประกอบการจะรอให้บริษัทมีขนาดใหญ่เพื่อนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ปัจจุบันนี้ไม่รอแล้วเอาเข้า mai เลย” นายประพันธ์ กล่าว

ปัจจุบันสัดส่วนนักลงทุนใน mai 96% เป็นรายบุคคล และ 3-4% เป็นผู้ลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งแผนงานจากนี้ไปจะพยายามเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนสถาบัน โดยการเดินสายพบกับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ พยายามชักชวนให้สถาบันจัดตั้งกองทุนเพื่อลงทุนในหุ้นขนาดเล็กโดยเฉพาะ อาศัยจุดเด่นการเติบโตสูงซึ่งเป็นเสน่ห์ของหุ้นขนาดเล็ก

ล่าสุด หุ้นบริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป (SPA) ซึ่งเข้าซื้อขายใน mai เมื่อวันที่ 31 ต.ค.เป็นวันแรก ปรากฏว่าราคาหุ้นดีดขึ้นชนเพดานสูงสุด (ซิลลิ่ง) สนิท 200% ปิดตลาดที่ 5.10 บาท บวก 3.40 บาท จากราคาจองที่ระดับ 1.70 บาท

ด้านการซื้อขายตลาดหุ้นโดยรวม ดัชนีหุ้นไทยดีดขึ้นแรงถึง 18.81 จุด คิดเป็น 1.20% ปิดที่ 1,584.16 จุด ซึ่งสอดคล้องกับตลาดหุ้นโลกนำโดยดัชนีดาวโจนส์บวกแรง 221 จุด หรือ 1.30% หลังจากเศรษฐกิจสหรัฐไตรมาส 3 ขยายตัวดีเกินคาดโต 3.5% และในช่วงบ่ายธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติจะเพิ่มเงินในโครงการซื้อทรัพย์สินหรือคิวอีอีก 5.76 ล้านล้านบาท เป็นปีละ 23 ล้านล้านบาท ผลักดันดัชนีนิกเกอิ 225 ทะยานขึ้นกว่า 5%

อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นไทยที่ดีดขึ้นแรง มาจากแรงซื้อของสถาบันไทยรวม 2,609 ล้านบาท ส่วนต่างชาติขาย 85 ล้านบาท

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีรธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ดัชนีหุ้นที่ดีดขึ้นแรงนอกจากผลการอัดฉีดคิวอีของญี่ปุ่นแล้ว กองทุนบำเหน็จบำนาญระดับโลกประกาศลดการลงทุนในตราสารหนี้จาก 65% เหลือ 35% ทำให้ตลาดหวังว่าจะมีเงินต่างประเทศไหลกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย และในช่วง 2 เดือนสุดท้ายคาดว่ากองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) จะเข้ามาซื้อประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จึงมีความหวังว่าสิ้นปีดัชนีน่าจะปิดได้ที่ 1,600 จุด

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ